moon-shine ตอน 10 ความหวัง
posted on 25 Feb 2007 15:41 by arshura09 in moonshineตอน 10 ความหวัง
ตำหนักอี้จิง...
ความวุ่นวายและสับสนยังคงดำเนินต่อเนื่อง เมื่อนายใหญ่แห่งตำหนักได้หายตัวไปเป็นวันที่สาม โดยไม่มีใครได้เบาะแสหรือแม้แต่ที่อยู่ในปัจจุบันมาจนถึงบัดนี้ เสียงโจษจันจึงยิ่งกระจายไปทั่ว ภายในตำหนักและถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานกว่านี้เรื่องนี้จะรั่วไหลสู่ ภายนอก และนั่นจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้คน
พ่อเฒ่าครับ!?
หลางเข้ามาหาผู้สูงวัยที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งสูงสุดด้วยความร้อนใจ ความระส่ำระสายที่เกิดอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งและนั่นอาจนำมาซึ่งความอ่อนแอที่ทำให้อี้จิงล่มสลายได้
แต่ผู้ที่เขาเข้ามาพบกลับมีแขกอยู่ในห้องเสียก่อน ด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้เขาพอจะรู้ว่านั่นน่าจะเป็นอิสตรี แต่ด้วยผ้าคลุมที่ปิดบังใบหน้าจึงทำให้เขาเห็นหน้าไม่ชัด
เจ้าออกไปก่อน....
ร่างบางโค้งให้ผู้ออกคำสั่งก่อนเดินหายลับไปทางด้านหลัง หลางมองตามร่างนั้นไปอย่างสงสัยจนสบเข้ากับดวงตานั้นชั่วครู่ แปลก...ที่เธอก็หันกลับมามองดูเขาเช่นกัน แต่แววตาที่มองนั้นเขาอ่านไม่ออกว่าเธอรู้สึกอย่างไร ทว่าเมื่อเสียงทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง เขาก็ต้องรีบหันกลับจากที่กำลังมองร่างบางๆนั้นมามองที่พื้นเพื่อทำความเคารพบุคคลตรงหน้าแทน
หลาง!!
ครับ!!!
มีอะไรงั้นรึ...
ดูเหมือนว่าทุกคนอยากได้ข้อสรุป...
งั้นรึ....
ครับ
เจ้าไปแจ้งทุกคนว่าข้าเรียกประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้!!!
ครับ!!!
เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังจากนั้น จนผู้สูงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิแน่ใจว่าผู้ที่มาเยือนเมื่อครู่ออกไปพ้นรัศมีห้องแล้ว จึงได้กล่าวแก่ร่างที่หลบอยู่ด้านในแผ่วเบา
อีกไม่นานแล้วสินะ....
เจ้าของดวงตาสีนิลและเรือนร่างบอบบางหรี่ดวงตาลง พร้อมคลี่ยิ้มบนริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ก่อนจะพยักหน้าลง
ใช่!!!อีกไม่นานแล้ว....
ไม่นาน....
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ท่านหลาง!!!
ผู้ใต้บังคับบัญชาวิ่งเข้ามารับ เมื่อเห็นเขาก้าวออกมาจากห้องของผู้บัญชาการในขณะนี้ เพื่อหวังจะฟังคำตอบ แต่ได้รับคำสั่งต่อแทน
ท่านผู้เฒ่าเรียกประชุม!!!บอกทุกคนมารวมกันที่ห้องโถงใหญ่
ครับ!!!
ไม่นานนัก เหล่านักรบใต้อาณัติแห่งอี้จิงก็มาพร้อมกันทั่วจนห้องโถงใหญ่ที่จุคนได้เป็นร้อยดูแคบไปถนัดตา เสียงถามไถ่กันยังคงดังขรม ทั้งวิพากษ์วิจารณ์และหวาดหวั่นระคนกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนอยากรู้ก็คือ ณ ขณะนี้ผู้ที่หายไปเป็นตายร้ายดีเช่นไร!!!?
เอาล่ะ!!!ทุกคนเงียบก่อน!!!
เสียงทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้งและได้ผลเช่นทุกครั้ง เสียงพูดคุยเงียบลงทันทีเพื่อตั้งใจฟังร่างสูงสง่าที่มากไปด้วยวัยกล่าวต่อถึงเรื่องสำคัญที่ทุกคนอยากรู้
เรื่องนายใหญ่.....ข้าได้เบาะแสแล้ว
ทุกคนในห้องประชุมขนาดใหญ่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น จริงอยู่ว่า นายใหญ่แห่งอี้จิงในเวลานี้จะเป็นเด็กหนุ่มที่อายุเพียง 18
แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่าน ที่ต้องฝ่าฝันทุกข์ทนกันมา ทำให้พวกเขาต้องยอมรับว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าที่พวกเขาปรามาสไว้ตั้งแต่ต้นว่าไม่มีทางทำหน้าที่นี้ได้ ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการกอบกู้ อี้จิงที่เคยคิดว่าจะล่มสลายให้ยืนหยัดขึ้นมาได้ ด้วยฝีมือและพรสวรรค์ที่มี จน ณ เวลานี้ ไม่ว่าใครก็รู้ว่า อี้จิง ไม่สามารถขาด ผู้นำ ได้อีก
ดังนั้นถ้าสิ่งที่ พ่อเฒ่ากำลังจะกล่าวนั้นเป็นข่าวร้ายล่ะก็ พวกเขาคงไม่อาจคงอยู่เช่นนี้ได้!!!
จากสายข่าวของข้า... นายใหญ่ยังมีชีวิตอยู่!!!
เสียงเฮดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ทว่าก็ต้องหยุดกึก เมื่อใบหน้าของผู้พูดยังคงนิ่งขึง คิ้วเข้มถูกขมวดเข้าหากันราวกับยังมีเรื่องลำบากใจที่จะกล่าวต่อ ก่อนจะถอนหายใจ สร้างความเครียดให้เกิดมีอีกคำรบ
ทว่าเขาถูกจับไป....
จากใครกันครับ!?เสียงประท้วงร้อนรนจากผู้รับฟังคนหนึ่งดังขึ้น แทนความรู้สึกของผู้ที่ยืนอยู่รวมกันในที่นั้นทั้งหมดได้อย่างดี
ตำหนักใต้หล้า!!!
ชื่อนั้นมากพอที่จะทำให้ทุกคนนิ่งงัน ชื่อแห่ง ศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า ชื่อของ คู่แข่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้โดยง่าย
แต่บัดนี้ นายใหญ่ที่ร่วมเป็นร่วมตายอยู่ในกำมือ มัน
ตำหนักอี้จิงไยเล่าจะยอมอยู่เฉย!!!
ข้าจะไปช่วยนายใหญ่!!!
ข้าด้วย!!!
ข้าก็จะไปด้วย!!!
เสียงขานอาสาดังเซ็งแซ่ด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน คือต้องการพาตัว ผู้เป็นที่จงรักกลับมา ทว่าก็กลับถูกหยุดไว้อีกครั้งด้วยความจริงที่ทุกคนไม่อาจไม่ปฏิเสธ
พวกเจ้าลืมแล้วหรือ!?ว่าตำหนักใต้หล้ามีคนมากกว่าเราแค่ไหน!!!
พวกเราไม่กลัว!!!ยังไงก็ต้องช่วยนายใหญ่!!!
ใช่!!!!
ให้พวกเราไปช่วยนายใหญ่เถอะครับพ่อเฒ่า เชื่อเถอะว่าเราเอาชนะพวกนั้นได้แน่!!!
เจ้าของเส้นผมสีดอกเลาและเคราสีเดียวกัน ถอนหายใจอีกครั้ง แสดงถึงความ หนักใจใหญ่หลวง ก่อนจะกล่าวต่อ
ดูท่าพวกเจ้าจะลืมอะไรไปอีกอย่างนะ ข้าไม่ได้ห่วงว่าพวกเจ้าจะชนะพวกปลาซิวปลาสร้อยไม่ได้!!!แต่ที่ข้าห่วงก็คือ....
คือ...ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน อย่างงุนงงกับสิ่งที่จะหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตรงหน้า มีเพียงแต่เจ้าของนาม หมาป่า เท่านั้น ที่กัดกรามแน่น กุมเรียวนิ้วทั้งสิบเข้าหาฝ่ามือจนเกร็ง เพราะเขารู้ว่าชื่อที่จะถูกกล่าวออกมาคือชื่อของใคร!!!
ที่นั่นมีเยว่เลี่ยง และเทพพิทักษ์ทั้ง 4 อยู่!!!
ดังคาดเสียงที่กำลังเปล่งเซ็งแซ่เงียบกริบลงแทบจะทันที ทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั่นต่างรู้ดี ฝีมือของ เทพพิทักษ์ทั้ง 4 ที่อยู่เคียงข้างเจ้าของนาม พระจันทร์ล้วนฝีมือร้ายกาจชนิดหาจับตัวได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น...
เล่ยเฉวียน...ผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบ
ไป๋ทู่........... เจ้าของอาวุธลับที่มากมายและไม่เลือกวิธีการที่จะสังหารเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า
ยิงหง..........ผู้ใช้ปืนที่สามารถเล็งเป้าหมายได้อย่างไม่มีพลาดเป้า
และเฮยหู่....นักฆ่าที่สามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นด้วยใบมีดอันเฉียบคม
แต่คนทั้งสี่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับความสามารถที่ ยูเอะมี
ไม่ว่าใครก็ทราบดีว่าภายใต้ใบหน้าหวานคมคล้ายอิสตรีนั้น ซ่อนทั้งความเป็น อัจฉริยะและ ความเหี้ยมโหดเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่พิสูจน์ได้คือเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน.. ในการสังหารหมู่ตำหนักอี้จิงกว่า 100 คน กว่าครึ่งเป็นฝีมือยูเอะ รวมถึงนายใหญ่คนก่อนด้วย
ใบหน้าหวานที่อาบด้วยโลหิตนั้น จนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่มีใครสามารถลืมเลือนได้!!!!
ถึงแม้ตอนนี้ เทพพิทักษ์จะสิ้นไปแล้วสองคน แต่ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะสามารถฝ่าด่านของเล่ยเฉวียน ไป๋ทู่เข้าไปได้.....ดวงตาคมที่ไท่ได้ฝ้าฟางไปตามอายุหรี่ลง ยิ่งโดยเฉพาะ เยว่เลี่ยง!!!พวกเจ้ายิ่งไม่มีวันสู้ได้!!!!
เสียงถอนหายใจและกัดฟันทนด้วยความเจ็บใจดังขึ้นระงม เมื่อรู้ว่าอาจจะไร้สิ้นหนทางที่จะช่วยเหลือร่างน้อยๆที่คอยสั่งการพวกเขาด้วยความเข้าใจและชาญฉลาดไป ทว่า... ความหวังก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่ เมื่อพ่อเฒ่าเอื้อนเอ่ยประโยคถัดไปออกมา...
แต่...ข้าพอจะให้คนคนนึงไปได้....
นัยน์ตาอันเต็มไปด้วยประสบการณ์หันไปมองร่างที่ยืนอยู่ข้างตัว ด้วยแววตาจริงจังหากแฝงแววเศร้าล้ำลึกที่ผู้ถูกจ้องไม่อาจรู้สึกถึงเอาไว้ภายใน
ชะตากรรมได้เริ่มหมุนแล้ว
และไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งมันได้อีกแล้ว...
หลาง...งานนี้ข้าให้เจ้าไป!!
ข้า.....
ร่างสูงมองมายังผู้สั่งการอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาน่ะหรือ!?ที่ต้องไป... เขาที่เป็น พี่ชายของคนที่ทุกคนหวาดกลัว เขาน่ะหรือ!?
ตอนนี้คนที่มีฝีมือพอๆกับยูเอะ มีแต่เพียงเจ้าเท่านั้น!!!
แต่ข้า....
หลาง...เจ้าของเครายาวสีดอกเลาเดินเข้ามาหาพร้อมวางฝ่ามือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของร่างที่กำลังรู้สึกเหมือนกำลังถูกแช่แข็งจากปลายขาไล่เรื่อยมาถึงปลายนิ้ว...
ข้าเชื่อในฝีมือเจ้านะ!!!
พวกเราก็ขอร้องด้วยครับ ท่านหลาง!!!ช่วยไท่หมิงคืนกลับมาหาพวกเรา เอาแสงสว่างของพวกเราคืนมา!!!
พวกเจ้า!!!
ร่างสูงตกตะลึงเมื่อเขาหันไปยังหมู่ชน ทุกผู้ต่างก้มศีรษะลงต่ำดุจเดียวกัน อิทธิพลแห่ง ไท่หมิงผูกใจทุกคนไว้รวมกันจนร่างสูงต้องกัดฟันอย่างอดทน
ใช่!!!เขาเองก็เป็นคนของอี้จิง!!!
การกำจัดคนทรยศช่วยเหลือผู้เป็นนายคือหน้าที่เขา!!!
ตกลงครับ ข้ารับทำงานนี้!!!
ดี!!!
เสียงเฮดังก้องดังขึ้นหลังจากนั้น ทว่าในใจของหลางกลับมีแต่เสียงกรีดร้องด้วยความทรมาน
ยูเอะ!!!ทำไมนายถึงต้องทรยศอี้จิงด้วย ทำไม!!!
@@@@@@@@@@@@@@
ยามค่ำ ที่ทุกสรรพสิ่งหลับใหล...
ดวงจันทร์สีเงินยวงทอดแสงลงมายังผืนดินคล้ายจะย้อมแผ่นดินให้เป็นสีซีดจางว่างเปล่า ร่างอันมากไปด้วยวัยของผู้เฒ่าแห่งตำหนักอี้จิงยืนอยู่ท่ามกลางแสงนั้นกับร่างบอบบางอีกร่าง สายลมยามราตรีที่พัดพลิ้วเส้นผมสีดำสนิทให้ปลิวสะบัดไปมาราวกับมีชีวิตรวมทั้งแสงจันทร์ดูจะทำให้ร่างนั้นมีเสน่ห์มากขึ้น
กงล้อเริ่มหมุนแล้ว....
ผู้สูงวัยกว่าเป็นฝ่ายเปิดคำพูดขึ้นมาก่อน เรียกรอยยิ้มบางๆจากริมฝีปากแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเสียงใสจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
อีกไม่นานความหวัง...ก็จะเป็นจริง....
ความหวังของเจ้าสินะ...
รอยยิ้มที่มุมปากถูกยกให้สูงขึ้นอีก พร้อมเสียงหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาสีนิลวูบไหวราวกับหยอกเอินแสงจันทร์ที่ตนกำลังจ้องมอง กลบประกาย ความเศร้าที่ควรจะมีจางหาย
........คงเป็นเช่นนั้น
แน่ใจแล้วเหรอ....
ร่างบางหันกลับไปมองผู้ถามที่ตอนนี้ไม่อาจซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดภายในไว้ได้อีก ด้วยแววตาแปลกใจ ทว่าไม่นานรอยยิ้มก็ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าหวานนั้นอีก ก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบรับ
เพียงการแสดงออกนั้น ก็เรียกการถอนหายใจหนักหน่วงจากผู้ได้รับคำตอบมากมาย คิ้วเข้มขมวดมุ่นข่มความทรมานในอก ก่อนจะเอ่ยทักอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าร่างบอบบางนั้นหันหลังจะเดินจากไป
จะไปแล้วรึ.....
ร่างผอมบางยิ้มก่อนก้มลงคำนับต่ำแก่เขาแทนความ เคารพสูงสุด... และคำลา...ก่อนจะเดินห่างออกไปลับหายไปในความมืด โสตแห่งผู้สูงวัยคลับคล้ายได้ยินเสียงร่ายลำนำคุ้นเคย....
คืนนั้นมืดมนแค่ไหน คืนนี้ไร้แสงยิ่งกว่า
คืนที่พระจันทร์ลวงตาคืนที่ฟ้าไร้ตะวัน
คืนที่ไม่มีเราสอง คืนนี้โลกต้องบิดผัน
คืนที่ไร้เงาแห่งกันคืนนั้นคือคืนแห่งเรา....
edit @ 2007/02/25 15:43:42
edit @ 2007/02/25 15:44:36
edit @ 2007/04/15 03:10:38
.: You Gotta Have FAITH!!!!!!! :.