moon-shine ตอน 7 ลางร้าย

posted on 08 Oct 2006 18:12 by arshura09  in moonshine

ตอน 7 ลางร้าย

ด้วยการลงมือของแผนที่เตรียมไว้อย่างดี สามตระกูลใหญ่ในการดูแลของยิงหง เล่ยเฉวียนและไป๋ทู่ล่มสลายลงตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้นในพริบตา เหลือก็แต่....

ทำไมป่านนี้ เจ้าเฮยหู่ยังจัดการไม่ได้อีก!?

เส้นผมสีน้ำตาลเหลือบแดงปลิวสะบัดอย่างหัวเสีย เมื่อไม่มีวี่แววของคนสุดท้ายของกลุ่มจะก้าวเข้ามาในห้องลับ ทั้งๆที่เลยเวลาในการนัดพบกันแล้ว

มัวไปทำอะไรอยู่ เฮยหู่!?

รสสัมผัสจากเจ้าของชื่อที่เขากล่าวถึงในคืนนั้น ทำให้ใจเขายิ่งร้อนรุ่ม แม้สติในตอนนั้นจะเลือนราง ทว่าเสียงกระซิบข้างๆหูก่อนที่เขาจะหลับลงยังแจ่มชัด

ฉันรักนาย...ยิงหง...รักนาย

พอเขาตื่นขึ้นมา ตัวก่อเรื่องกลับหายไป มีเพียงโน้ตแผ่นเล็กๆเขียนไว้ข้างเตียงว่า

ลงมือ...ภารกิจสุดท้าย

เขาจึงรีบทำภารกิจให้เสร็จแล้วรีบกลับมา แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหมอนั่น!!

รีบๆกลับมาสิ เฮยหู่...ขอร้องล่ะ!!!

ฉันอยากคุยกับนายให้รู้เรื่อง....

เรื่องของเรา....

เป็นครั้งแรกนะ ที่ฉันได้ยินนายเรียกชื่อเฮยหู่มากกว่าท่านยูเอะน่ะ....ยิงหง....ไป๋ทู่ส่งสายตามาทางเขาอย่างสงสัย ผู้หญิงมักมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำเสมอ

มีอะไรรึปล่าวน้า!?ริมฝีปากแดงยิ้มยั่วให้กับร่างบางๆตรงหน้า และมันก็ได้ผล

ไม่มีอะไร!? แนแค่เห็นหมอนั่นมาช้าก็เท่านั้นเอง จะไปมีอะไรได้ยังไงล่ะ!!!

ดวงตาสีน้ำตาลหลบวูบ เพื่อปิดบังใบหน้าที่แดงซ่านไว้ให้พ้นจากสายตาคมงามของคนถาม ทว่าปฏิกิริยานั้น กลับทำให้หญิงงามเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มยิ้มพรายอย่างเดาได้ทั้งหมด (โอ้!!!เลือดวายในสายเลือดจริงๆ)

เจ้านั่น!!!อาจจะไม่คิดจะกลับมาอีกแล้วก็ได้....

เจ้าว่าอะไรนะ!?เล่ยเฉวียน!?

ฉันบอกว่า บางที....เฮยหู่คงไม่คิดจะกลับมา...

ทำไม!?

ถ้าฉันจำไม่ผิด เฮยหู่...น่ะเป็น...

กริ๊งงงงงงงงงเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง ทุกคนหยุดชะงักแทบจะในทันที แล้วหน้าที่ในการรับโทรศัพท์ก็กลายเป็นของไป๋ทู่ เพราะดูเหมือนว่ายิงหงกำลังคาดคั้นเอาคำตอบจากเล่ยเฉวียนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่สนใจอะไรอื่น

ฮัลโหล....ใครน่ะ!?

ท่าน...ท่านไป๋ทู่หรือปล่าวครับ!?เสียงจากปลายสายละล่ำละลักพูดพิกลๆอยู่ จนทำให้ใบหน้าคมงามต้องขมวดคิ้วชั่วครู่(ทำนานไม่ได้เดี๋ยวแก่)รำพึงขึ้นมาเบาๆ

มีอะไรค่อยๆพูดออกมา...เร็ว...

ท...ท่านเฮยหู่...!!!

เฮยหู่เหรอ...ทำไม!?

ไป๋ทู่ ฉันคุยเอง!!!ยิงหงวิ่งแล่นถลามาที่โทรศัพท์ทันทีเมื่อรู้ว่าเกี่ยวกับคนที่เขากำลังอยากเจอหน้าแถมแย่งโทรศัพท์ไปจากมือไป๋ทู่ไปเสียอีก ด้วยความร้อนใจเขาจึงกระแทกเสียงลงไปอีกครั้ง

เฮยหู่ เป็นอะไรพูดมา!!!

ท...ท่านเฮยหู่ หลังทำภารกิจเสร็จ ท่านก็ขอเข้าไปพบหัวหน้าตระกูลตามลำพัง หลังจากนั้นท่านก็ยังไม่ออกมาอีกเลย พวกเรารออยู่ข้างล่างตลอด ท่านก็ไม่ลงมา กระทั่งมีเสียงระเบิดดังขึ้นแล้วก็ไฟลุกท่วมบ้าน พวกเราหนีออกมาหมดแล้ว แต่....

แต่อะไร!?

ท่านเฮยหู่ยังไม่ออกมาเลยครับ!!!

ว่าไงนะ!?

โทรศัพท์ถูกโยนให้ไป๋ทู่รับต่อ ส่วนเจ้าตัววิ่งแล่นออกไปราวกับพายุติดปีก สมชื่อเหยี่ยวแดงผู้มีความเร็วขนาดที่ไม่มีใครตามทัน ทิ้งให้เล่ยเฉวียนมองตามอย่างตกใจและงงงวย กระทั่งเสียงของไป๋ทู่บอกเล่าเนื้อความในโทรศัพท์ให้ฟัง เขาจึงพอเข้าใจและขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน

รีบตามยิงหงไปเถอะ ไป๋ทู่!!!

มีอะไรงั้นหรือ เล่ยเฉวียน!?

เฮยหู่!!!คิดจะตายน่ะสิ!!

อะไรนะ!?ทำไม!?

ก็หัวหน้าตระกูลนั้น...เป็นพ่อของเฮยหู่น่ะสิ!!!

เอ๋!!!แต่ว่าเราเป็นเด็กกำพร้ากันทุกคน!?

ในกรณีของฉัน เธอ แล้วก็ยิงหงน่ะใช่!!แต่เฮยหู่น่ะต่างกัน!!!

ยังไงล่ะ เล่ยเฉวียน!!!

รถเก๋งคันสวยถูกส่งขึ้นมาจากทางลับ ก่อนที่ร่างของทั้งคู่ที่นั่งในรถจะคุยกันต่อ โดยมีเล่ยเฉวียนเป็นคนขับ ไป๋ทู่นั่งข้างๆ รถพุ่งแล่นไปยังจุดหมายคือตระกูลตะวันตกอย่างรวดเร็ว

......................................................................................................................................

ตัดกลับมายังยิงหง ตอนนี้เขามาถึงหน้าคฤหาสน์แห่งตระกูลตะวันตกแล้ว ภาพที่เห็นมีเพียงเพลิงสีแดงฉานกำลังลุกไหม้บ้านหลังงาม ผู้คนที่กำลังหนีตาย ลูกน้องของเฮยหู่รีบมารายงานเขา

ท่านเฮยหู่...ยังไม่ออกมาเลยครับ!!!

เจ้าบ้าเอ้ย!!!นายมัวทำอะไรอยู่!?ออกมาเร็วๆสิ!!!

เอี๊ยด!!!เสียงรถเบรกด้วยความเร็วน่าหวาดเสียวดังขึ้นข้างตัว พร้อมๆกับที่ร่างสูงของเล่ยเฉวียนและเรือนร่างบอบบางของไป๋ทู่ก้าวลงมาจากรถ เร่งร้อน

เฮยหู่ยังไม่ออกมาเหรอ ยิงหง!?

ไป๋ทู่รีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง และคำตอบที่ได้รับยิ่งทำให้ร่างสูงของเล่ยเฉวียนกัดฟันแน่นเข้าหากัน

ดูท่าฉันจะเดาถูกสินะ!!!

นายเดาอะไรได้งั้นหรือ เล่ยเฉวียน!!!

เฮยหู่ คิดจะตายน่ะสิ!!!

ว่าไงนะ!!!นายรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!?

ฉันพูดจริง ยิงหง!!!

ทำไมล่ะ!?

เฮยหู่น่ะเป็นลูกของเจ้าตระกูลนี้น่ะสิ!!!

หา!!!เป็นไปไม่ได้ เจ้านั่นไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลยนี่นา....

เจ้านั่นก็ไม่เคยเล่าให้ฉันฟัง เพียงแต่ฉันรู้ด้วยตัวฉันเองต่างหากล่ะ ยิงหง!!!

นายรู้ได้ยังไง!!?

ฉันรู้ก็เพราะว่า ฉันเห็นตอนที่ท่านยูเอะเก็บเจ้านั่นมาน่ะสิ!!!

แล้วเล่ยเฉวียนก็เล่าถึงตอนที่ยูเอะอุ้มร่างจมกองเลือดของเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาในตำหนัก บนหน้าอกเฉียดหัวใจมีรอยกระสุนปืนอยู่ ยูเอะพาเด็กคนนั้นไปทำการรักษาจนกระทั่งหายดี และเมื่อสอบถามประวัติก็รู้ถึงความจริงอันน่าตระหนก เมื่อรู้ว่าเด็กชายคนนั้นคือบุตรชายของหัวหน้าพรรคตระกูลตะวันออกแห่งตำหนักใต้หล้าและความปรารถนาเดียวของเด็กคนนั้นมีเพียง

เจ้านั่นน่ะต่อสู้กับความตายมาตลอดด้วยความปรารถนาเดียว คือต้องการแก้แค้นพ่อตัวเองถึงได้มาเป็นนักฆ่า...

หมายความว่า....

ถ้าเจ้านั่นฆ่าพ่อตัวเองสำเร็จ...ก็ไม่มีเหตุผลที่เจ้านั่นจะปฏิเสธความตายอีกต่อไปไงล่ะ!!!

บ้าน่า...เรื่องแบบนั้น เฮยหู่ไม่มีทาง.....

นายคิดว่าเขามีเหตุผลอื่นที่จะอยู่ต่อไปหรือไงยิงหง....

ยิงหงนิ่งไปเมื่อนึกถึงเหตุผล ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาในหมู่ตึก เฮยหู่แม้จะยอมเปิดใจให้เขามาตลอด แต่ไม่เคยเล่าเรื่องอดีต บ่อยครั้งที่เพื่อนของเขาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยหยาดเหงื่อผุดพรายทั่วตัวกับหยาดน้ำตา แต่เมื่อเขาถามถึงเหตุผลกับได้รับคำตอบมาเพียงรอยยิ้มที่ดูเงียบเหงา...นั่นเพราะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนี่เองหรือ

เพราะงั้นฉันถึงได้บอกไงล่ะ ว่าเจ้านั่นน่ะ ไม่คิดจะกลับมาหาพวกเราอีกแล้ว...

ไม่!!!ฉันไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก!!!

ยิงหง!!!คิดจะทำอะไร!? ไฟลุกขนาดนั้นนายเข้าไปไม่ได้หรอกนะ!!!ยิงหงงงงงงงง

ไป๋ทู่ร้องเสียงหลงเมื่อร่างบางๆของยิงหงวิ่งฝ่าเข้าไปในกองไฟ ในใจของเขาตะโกนก้องด้วยความรุ่มร้อนในใจยิ่งกว่าเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่รอบตัว

แม้ฉันจะไม่รู้ว่านี่เป็นความรักรึเปล่า แต่ฉันจะไม่ยอมเสียนายไปด้วยเหตุผลเอาแต่ใจตัวของนายเฮยหู่...ไม่มีวัน!!!

(จบตอน 7 )


edit @ 2007/04/15 03:24:09

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet