moon-shine ตอน 6 ความในใจ
posted on 05 Oct 2006 18:37 by arshura09 in moonshine
moon-shine ตอน 6 ความในใจ
ที่บ้านพักนอกเมืองของเฮยหู่ คนตัวเล็กผมเหลือบน้ำตาลแดงกำลังหัวเสียกับเหตุการณ์ในห้องลับจนต้องหันมาใช้น้ำเมาแก้กลุ้ม(เข้าคอนเส็ป จน เครียด กินเหล้า-_-)
ไม่ยุติธรรม!!ไม่ยุติธรรมเลย!!!ให้ตายสิ!!!
นายดื่มมากไปแล้วนะ ยิงหง...มีอะไรค่อยคิดพรุ่งนี้เถอะ...คนตัวสูงผมดำพยายามห้าม แต่...
ไม่!!!วันนี้ยังไงก็ต้องดื่มให้เมา!!!ฉันทนไม่ไหวแล้ว!!!ทำไม!? ท่านยูเอะต้องเข้าข้างเจ้าเล่ยเฉวียนทุกที!!!ทำไม!?
ฤทธิ์เหล้าทำให้คนดื่มไปหลายขวดเริ่มพาลพูดออกมารัวไปหมด แม้จะจับใจความลำบก แต่ที่แน่ๆคนตัวเล็กกำลังโมโหสุดขีด
ทั้งที่ถ้าเป็นฉันล่ะก็... จะไม่ให้ท่านยูเอะต้องบาดเจ็บหรือแปดเปื้อนแท้ๆ!!!
นาย....ชอบท่านยูเอะมากเหรอ!?เสียงเฮยหู่หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนเมาไยเล่าจะสังเกตเห็น
ก็ใช่น่ะสิ ท่านน่ะเป็นเจ้าชีวิตของฉันนี่นา!!ขวดสุราถูกยกขึ้นเพื่อให้ของเหลวขมจัดไหลผ่านลำคออีกหน แล้วนายไม่ชอบท่านหรือไง!?
ฉันแค่นับถือ แต่คนที่ฉันรัก....เป็นคนอื่น
เห....ใบหน้าเรียวยื่นเข้าไปชิดใบหน้าของร่างสูงแทบจะทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลมหายใจอุ่นๆเคลียคลอใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายจนต้องหันหน้ามาสบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังมองจ้องมา
ไม่เห็นนายเคยบอกฉันเลย....ไปแอบซุกไว้ที่ไหนง้านเหรอ....เฮยหู่ บอกฉานมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!
เฮยหู่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็นด้วยความอดทน ไม่ใช่เพราะคำถามของคนตรงหน้าหรอก แต่เป็นเพราะเขากำลังมองเรียวปากชมพูบนใบหน้าแดงระเรื่อของคนตรงหน้าอยู่ต่างหาก
ตอบมาสิ...เฮยหู่!!!คนเมากระชากคอเสื้อคนนิ่งขึ้นมาจนใบหน้าเกือบจะชิดกันด้วยความโมโห ทว่าคนโดนขู่กลับจ้องหน้าเขากลับไปด้วยหัวใจเต้นระทึก
นายอยากรู้....จริงเหรอ....
ก็เออน่ะสิ....!!!อุ๊บ!!!
มือแกร่งโน้มลำคอระหงเข้ามาใกล้ แล้วกดริมฝีปากตนเข้ากับริมฝีปากนุ่ม อาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กตรงหน้าตกใจสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ารุกไล่ จนคนถูกจูบครางอู้อี้ไม่เป็นศัพท์
ร่างทั้งร่างราวกับถูกไฟเผา มันรุนแรงยิ่งกว่าพิษแอลกอฮอล์ที่กำลังดื่มอยู่เสียอีก ทว่าความหอมหวานที่ได้รับมาด้วยกลับทำให้เขาเพลิดเพลินยิ่งกว่าความร้อนที่เผชิญเหมือนจะรู้ความหมาย คนตัวเล็กกว่าจึงดิ้นรนให้พ้นจากการเกาะกุม
แต่มือแกร่งก็ไม่ยอมอ่อนข้อ
เขากดแรงมือให้แรงขึ้นเพื่อกดให้รสชาตินั้นคงอยู่เนิ่นนาน ทั้งคู่แลกเรียวลิ้นร้อนเข้าหากันอีกหน ในที่สุดก็ต้องผละจากกันเพราะกำลังจะขาดอากาศหายใจ
อย่าบอกนะว่านายชอบฉัน เฮยหู่!?
รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นอีกครั้งกับใบหน้าคมเข้ม ถึงไม่ตอบอะไรแต่ดวงตาสีดำสนิทก็ส่องประกายตอบมาว่าใช่
ตั้งแต่ตอนที่ถูกขังอยู่ในหมู่ตึกลับ เขาก็มีเพียงยิงหงที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียว
เพื่อนที่ทำให้เขาอยากมีชีวิต ท่ามกลางการฝึกหนักราวกับนรก ในการที่จะเป็น นักฆ่าฝีมือดี
เพื่อนที่ทำให้เขาทะเยอทะยานให้ก้าวขึ้นมายืน ณ จุดเดียวกัน
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความเป็น เพื่อน มันแปรเปลี่ยนเป็น ความรักได้อย่างไร
ทว่า...เขาแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองเสมอ...
ไม่เหมือนคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะแยกไม่ออกระหว่าง ความเคารพรัก กับ การหลงรัก
ไม่จริงใช่ไหม!? นายล้อเล่น!!!
ยิงหงพยายามจะกลบเกลื่อนโดยการถอยห่าง
แต่มือกร้านไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จ วงแขนกว้างรวบเขาเข้าไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็วก่อนจะไล้ริมฝีปากผ่านใบหูระเลื่อยลงมาถึงลำคอขบเม้มให้ร่างบางสะดุ้งด้วยความเสียวซ่าน ในขณะที่อีกมือล้วงลึกเข้าไปในเสื้อ สัมผัสผิวบอบบางไปจนถึงยอดอก คลึงเคล้นอย่างเบามือแล้วค่อยๆแรงขึ้นๆ
อึ๊!!!ย...อย่าเฮยหู่!!!เสียงใสๆร้องห้ามแผ่วเบาเพื่อขัดขืนแต่ด้วยความเบาของมัน ทำให้ฟังเหมือนเสียงครางมากกว่าและนั่นก็ยิ่งทำให้ร่างสูงรุกล้ำหนักยิ่งขึ้นด้วยการสอดมือลงเบื้องล่างเข้าไปในกางเกง ใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก่นกายของร่างบางจากล่างเลื่อนมาบน วนเวียนอยู่แบบนั้น เพื่อปลุกเร้าให้ร่างบางบิดเกร็งด้วยแรงอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
อย...อย่าแตะตรงนั้น ไม่ไหว...อา...เฮยหู่!!!เสียงครางกระเส่าดังขึ้นเมื่อพยายามห้ามมืออันซุกซนของ เพื่อนสนิทไม่ให้สัมผัสกับแก่นกายที่กำลังชูชันของตน ทว่าร่างสูงกว่ากลับไม่ฟังเสียง เขาใช้มือรูดสิ่งนั้นขึ้นลงเป็นจังหวะสอดคล้องกับอีกมือที่กำลังเล้าโลมเม็ดสีชมพูบนหน้าอก
เฮยหู่....อา แรงอีก อา.... ม..ไม่ไหวแล้ว!!!อ๊า!!
ร่างบางๆอ่อนยวบทรุดลง ปล่อยให้ของเหลวข้นขาวไหลเปื้อนมือที่กำลังสัมผัส เสียงหอบหายใจดังขึ้นเป็นช่วงๆภายในวงแขนแกร่ง ใบหน้าเรียวแดงจัดพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เฮยหู่ค่อยๆพลิกตัวร่างนั้นให้หันมาหาเขาพร้อมกอดกระชับมั่น ใช้หลังมือปาดเหงื่อให้เบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเบาๆ แล้วกระซิบถ้อยคำอ่อนหวาน
ฉันรักนาย...ยิงหง...รักนาย
ได้ยินเพียงเท่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลก็ปิดลง โดยไม่ทันมองเห็นรอยยิ้มที่ฉายแววเจ็บปวดนั้นเลย...
กริ๊งงงงงงงงงง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นราวกับเสียง สัญญาณเตือน ของอะไรบางอย่าง ทว่าร่างสูงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาอุ้มร่างไร้สติของยิงหงไปวางบนฟูกอ่อนนุ่มอย่างเบามือ ก่อนจะหยุดมองร่างนั้นนิ่งนาน ราวกับจะจดจำใบหน้ายามหลับไหลไว้ในความคิดให้ได้มากที่สุด
กริ๊งงงงงงงงงงงงงง แต่เสียงโทรศัพท์กลับดังอยู่ตลอดอย่างไม่ยอมแพ้ (ขัดจังหวะให้ถึงที่สุด เหอๆๆๆๆ)
เฮยหู่เดินกลับไปยังโทรศัพท์อย่างเสียไม่ได้ ( เดี๋ยวคนเมาจาตื่นเสียก่อน -_-) ยกหูโทรศัพท์ขึ้นกล่าวเสียงเบา
เหวย....
เฮยหู่เหรอ!?
ใช่...ฉันเอง...มีอะไรหรือ เล่ยเฉวียน
ยิงหงอยู่กับนายหรือเปล่า!?
ดวงตาดำสนิทหันไปมองร่างหลับใหลอีกครั้ง ร่างนั้นยังหลับตาพริ้มพร้อมเสียงกรนเบาๆ ร่างสูงยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับภาพนั้น ก่อนจะตอบคู่สาย
อยู่....มีอะไรหรือเล่ยเฉวียน!?
ท่านยูเอะสั่งลงมาแล้ว ให้ลงมือขั้นสุดท้าย!!!
.....!!!มือที่กุมโทรศัพท์ไว้ถึงกับสั่น ขั้นสุดท้ายอย่างนั้นหรือ!? เวลา....ช่างเร็วนัก ในที่สุดก็ได้เวลาที่จะ ล้างแค้นแล้ว
เฮยหู่!!ได้ยินรึปล่าว....
ฉันรู้แล้ว....เล่ยเฉวียน...
ฝากบอกยิงหงด้วย!!!
อืม...ม
เสียงโทรศัพท์ตัดไปแล้ว แต่เฮยหู่ยังยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น ก่อนจะค่อยๆวางมันลง แล้วเดินมานั่งข้างๆร่างที่กำลังจมอยู่กับนิทรารมย์แสนหวาน มือกร้านลูบไล้เส้นผมสีน้ำตาลออกแดงนั้นแผ่วเบา
อืม....ม เฮยหู่คนตัวเล็กครางออกมาแผ่วเบาเมื่อมือร้อนผ่านมาถึงร่องแก้ม
ได้เวลาของฉันแล้วล่ะ....ยิงหง!!!
ดวงตาสีดำขลับส่องประกายเหนื่อยล้าและเจ็บปวด หากแฝงไว้ด้วยเปลวไฟที่กำลังลุกโชติช่วง ความแค้นที่ยาวนานจะได้รับการชำระเสียที
ถ้าฉันตาย....นายจะร้องไห้ให้ฉันไหม....ยิงหง....
ไร้เสียงตอบกลับ แต่เขาเชื่อว่า คำตอบที่ได้คือ ไม่
เพราะคนที่ถูกตั้งคำถามไม่ได้มีใจให้เขา เพราะฉะนั้นเขาย่อมไม่มีเหตุผลใดๆที่จะเสียดาย ชีวิตที่มีอยู่นี้
ลาก่อน....ยิงหง
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของคืนนั้น เมื่อดวงตาสีน้ำตาลเข้มกะพริบขึ้นมา แสงรุ่งอรุณก็ฉายฉานอยู่เบื้องหน้า โดยไม่ปรากฏร่างสูงโปร่งของเจ้าของชื่อที่แปลว่า เสือดำอีกต่อไปแล้ว....
(จบตอน 6 )
edit @ 2006/10/05 18:40:29
edit @ 2006/10/05 18:46:38
edit @ 2007/04/15 03:23:29
.: You Gotta Have FAITH!!!!!!! :.