silence love II ตอน 9

posted on 06 May 2006 14:42 by arshura09  in silence-II

silence love II ตอน 9

เทกต์ไทต์ยิ้มแสยะให้ร่างที่กำลังเลือดไหลพรั่งพรูออกจากบาดแผลที่เกิดด้วยฝีมือของตนอย่างไม่แยแส ก่อนจะปัดร่างนั้นให้กระเด็นไปอีกทางดีว่าเอเลซซาร์พุ่งตัวเข้ามารับแรงกระแทกจึงลดหย่อนไปได้ส่วนหนึ่ง ทว่าบาดแผลนั้นก็ลึกพอที่จะทำให้ร่างบางๆสิ้นสติจนเอเลซซาร์ใจหายวาบรีบใช้พลังห้ามเลือดที่กำลังออกมากนั้นโดยเร็ว แต่ยังไม่ทันที่เลือดจะหยุดทั้งหมด มือแข็งแกร่งของคนด้านหลังก็รวบตัวเขาเอาไว้ มัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ว่าเขาจะดิ้นให้หลุดอย่างไรก็ไม่สำเร็จ

อย่าดิ้นไปเลยน่า...อย่าทำเหมือนไม่เคยสิ เจ้าน่ะเป็นของข้านะ เอเลซซาร์!!!เสียงนั้นกระซิบอยู่ข้างหู ยิ่งทำให้เขาหายใจติดขัด ความรู้สึกกดดันแผ่ซ่านไปทั่วร่างมันไม่ต่างกับตอนนั้นเลยแม้ซักนิด เขารู้ดี ว่าตอนนี้คนที่อยู่ข้างหลังเขาไม่ใช่เทกต์ไทต์ แต่เป็น....

งั้น....ข้าจะเตือนความจำตอนนั้นให้เจ้าก็แล้วกันนะ

มือแกร่งผลักร่างเล็กและอ่อนแอกว่ากดไว้กับพื้น ฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่คลุมกายออกอย่างเมามัน ก่อนจะใช้ปลายลิ้นโลมเลียไปทั่วอย่างหื่นกระหายไปทั่วแผ่นอกนวลเนียน หัวใจของเอเลซซาร์กระตุกวาบ พยายามรวบรวมสติกำพลังไปที่มืออันสั่นเทาของตัวเอง ก่อนจะเร่งพลังอัดเข้าที่ตัวผู้จู่โจมแล้วผละตัวออกมาได้ ร่างบางหอบหายใจถี่ความกลัวทำให้เขาก้าวขาไปไหนไม่ออก รอยยิ้มแสยะปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของผู้ที่เหลื่อมซ้อนในร่างของเทกต์ไทต์ ดวงตาสีดำสนิทฉาบด้วยวงแสงสีทองจ้องมาทางเขาอย่างมีชัย

เจ้าดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ เอเลซซาร์ เจ้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่มีวันหนีข้าพ้น...ไม่ว่าเจ้าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม!!!พลังถูกส่งจากมือของผู้พูดกระแทกเข้ากับร่างที่ถูกตรึงไว้ด้วยความกลัวลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้หักล้มระเนระนาด ทำให้ร่างที่ถูกซัดมีบาดแผลเต็มตัวจากการถูกกิ่งไม้บาดและน้ำหนักของไม้ล้มทับ จนกระอักเลือดออกมาอึกใหญ่ ร่างกายชาไปหมด หากหูทั้งสองข้างกลับได้ยินเสียงของผู้ที่เขาหวาดกลัวเป็นที่สุดย่างเข้ามาหา ทว่าทั่วทั้งร่างบาดเจ็บจนไม่สามารถขัดขืนหรือหนีไปไหนได้ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะร้องตะโกนให้ใครมาช่วยได้ แต่สำหรับเอเลซซาร์เขาทำไม่ได้!!!

แค่นี้เจ้าก็หนีข้าไปไหนไม่ได้อีกแล้ว เอเลซซาร์!!!มือเย็นเยือกของคนที่ก้าวเข้ามาหาจนชิดร่างที่บาดเจ็บหนักเริ่มไล้จากใบหน้าลงมาผ่านลำคอระเรื่อยผ่านแผ่นอกและหน้าท้องแบนเรียบ เอเลซซาร์ฟันข่มความเสียวแปลบปลาบเข้ามาในอก ความกลัวและความข่มขื่นจากการถูกทำให้แปดเปื้อนในวัยเยาว์ย้อนมาเล่นงานเขาอีกครั้ง เมื่อร่างสูงเริ่มก้มลงดูดลิ้มความหอมหวานจากร่างกายเขา แม้พยายามร้องตะโกนทว่าไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา น้ำตาเริ่มหลั่งไหลไม่ขาดสาย เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าขาทั้งสองข้างเริ่มถูกแยกออกจากกัน แต่แล้วด้วยพลังสายหนึ่งก็ทำให้มันชะงักงันแล้วหันกลับไปยังร่างของผู้ที่ประทุษร้ายทันที

พอเถอะ เทกต์ไทต์!!!ท่านไม่ใช่แบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น!?

อเมทิสต์พยายามหยัดยืนเพื่อเรียกสติคนที่แม้ป่านนี้เขายังคงเรียกได้เต็มปากว่าเป็นคนรัก กุมเลือดที่ไหลรินออกมาจากบาดแผลที่ได้รับการปิดไม่หมดที่หน้าท้องด้วยสติที่เริ่มเลือนราง หากร่างสูงที่เขาเรียกหากลับเดินตรงเข้าไปหาเขาอย่างมุ่งร้าย แล้วซัดเข่าเข้าไปที่หน้าท้องอย่างเต็มแรง จนแผลที่ปิดไม่สนิทเปิดออกมาอีกหน ร่างบางทรุดฮวบ ในใจสับสนปวดร้าวจนเหมือนร่างกายจะฉีกเป็นชิ้นๆด้วยน้ำมือของคนที่ตัวเองรักเหนือใคร

ไม่....เทกต์ไทต์ ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้!?

ป่านนี้เจ้ายังไม่รู้อีกหรืออเมทิสต์ ว่าเจ้านั่นน่ะมันตายไปแล้ว!?

ไม่จริง!?....ก็ท่านยัง...ยืนอยู่นี่ อยู่ตรงหน้าข้า....

ใช่...นี่ร่างของมัน แต่ว่าตัวตนของมันน่ะตายไปแล้ว เพราะเจ้าเป็นสาเหตุยังไงล่ะ อเมทิสต์!!!

เพราะข้า....

ใช่ ถ้ามันไม่ช่วยเจ้าจากจ้าวมังกรในวันนั้น ป่านนี้มันคงจะยังอยู่...แต่ตอนนี้ร่างของมันเป็นของข้าแล้ว ด้วยเพราะความร่วมมือของเจ้าไงล่ะ อเมทิสต์ เพราะเจ้าเทกต์ไทต์ถึงได้ตายไงล่ะ!!!!

แสงสีดำพุ่งวาบผลักร่างที่กำลังตะลึงงันของอเมทิสต์กระเด็นไปกระแทกแมกไม้อย่างจัง จนเลือดทะลักออกจากบาดแผล ปากและจมูก ทว่าบาดแผลที่มีตามร่างกายกลับไม่อาจสู้บาดแผลที่อยู่ภายในใจที่ทำร้ายลึกลงไปในหัวใจจนไม่อาจลบเลือน หยาดน้ำตาจากความสำนึกผิดไหลรินออกมาอย่างสุดกลั้น

เทกต์ไทต์....เป็นเพราะข้า....ข้า

ในเมื่อเจ้ารู้อย่างนั้นแล้วก็ตามมันลงไปอยู่ด้วยกันเถอะ!!!

ฝ่ามือสีดำเปล่งแสงวาบฟาดฟันลงมาเพื่อประทุษร้ายจนถึงตายแต่อเมทิสต์ปราศจากแรงกายและแรงใจที่จะหลบอีกแล้ว เขาจึงได้แต่เฝ้ามองมันฟาดลงมาแล้วชั่วพริบตาของเหลวสีแดงก็สาดกระจายไปทั่วลานสายตาของเขา พร้อมกับน้ำหนักของร่างๆหนึ่งที่โผมาบังเขาไว้

เอเลซซาร์!!!อเมทิสต์ร้องเสียงหลง เมื่อเห็นร่างของเพื่อนรักเต็มไปด้วยเลือดที่ชุ่มโชกจากบาดแผลยาวลึกที่ด้านหลังจากการป้องกันเขาจากน้ำมือของผู้หมายจะเอาชีวิต ร่างที่อาบไปด้วยเลือดลืมตาขึ้นมามองเขาขยับริมฝีปากเป็นคำพูดหากไร้เสียง

ไม่ใช่ความผิดของเจ้า...อเมทิสต์...

แล้วร่างนั้นก็แน่นิ่งใบหน้าซีดขาวแสดงถึงชีวิตที่กำลังจะหลุดลอย อเมทิสต์ใจหายวาบรีบเขย่าร่างนั้นอย่างเสียขวัญ

เอเลซซาร์!!! ฟื้นสิ!!! เอเลซซาร์!!!!!!!!!

อเมทิสต์!!!!ลูกพลังสายหนึ่งถูกส่งมายังผู้ฟาดฝ่ามือจนเกิดบาดแผลบนร่างเอเลซซาร์เมื่อครู่จนต้องหลบออกห่างจากร่างของผู้บาดเจ็บทั้งคู่พร้อมกับร่างของลาพิสแลสซูรีย์วิ่งมาประจันหน้า

ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ขององค์โทปาซจะเป็นจริงสินะ เจ้าฟื้นขึ้นมาจนได้นะ โอนิกซ์!!!!

ร่างดำทะมึนด้วยสีผม สีตา และเสื้อผ้าที่สวมใส่แสยะยิ้มแทนคำพูดเมื่อได้เห็นศัตรูคู่อาฆาตมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน หากแลสซูรีย์ไม่ได้ใส่ใจเพราะเป็นห่วงอีก2คนที่กำลังบาดเจ็บหนัก

อเมทิสต์ เจ้ากับเอเลซซาร์เป็นยังไงบ้าง!? ขอโทษที่อามาช้าไป!!!

ท่านอา....เอเลซซาร์ เอเลซซาร์ไม่ขยับเลย!!!

ไหนข้าดูสิ.....

อเมทิสต์ค่อยคลายร่างในวงแขนให้ผู้มาทีหลังได้เห็นร่างที่กำลังหายใจรวยระริน ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน เสื้อผ้าถูกฉีกทึ้งขาดวิ่น ตามตัวมีร่องรอยถูกประทับด้วยริมฝีปากจนทั่ว ตัวอเมทิสต์เองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อน บาดแผลตามตัวมากพอที่จะทำให้ราชนิกูลองค์นี้ลืมตาตื่นไม่ได้อีกนาน แลสซูรีย์รีบล้วงเข้าไปในเสื้อควักเอายา 2 เม็ดออกมายื่นให้อเมทิสต์

นี่เป็นยาสมานแผลเบื้องต้น เจ้ากับเอเลซซาร์กินซะ อย่างน้อยมันก็ช่วยห้ามเลือดได้เร็วเข้า!!

อเมทิสต์ทำตามที่สั่งอย่างว่าง่าย แต่แลสซูรีย์ก็ไม่มีเวลาจะคอยดูผลของยาเมื่อแสงสีดำพุ่งเขามาหาร่างของทั้ง 3 อย่างรวดเร็ว จนเขาต้องกางเขตป้องกันเอาไว้

ศัตรูอยู่ข้างหลัง เจ้าก็ยังไม่สนใจ จะประมาทเกินไปล่ะมั้ง แลสซูรีย์!!!

เจ้าลืมแล้วหรือไง โอนิกซ์ ว่าใครเป็นคนสะกดเจ้าน่ะ!?

ข้าไม่ลืมหรอก แต่ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้ ข้าไม่คิดว่าข้าจะแพ้เจ้าแน่!!

งั้นมาลองสู้กันเลย!!!

ดาบถูกชักขึ้นมาจับไว้ในมือของทั้งคู่ ก่อนจะพุ่งเข้าประหัตประหาร เสียงดาบกระทบกันเต็มแรงด้วยพลังและฝีมือที่ทัดเทียมกัน หากโอนิกซ์มีทีท่าจะได้เปรียบเล็กน้อยเพราะแลสซูรีย์ยังคงพะวงอยู่กับผู้อยู่เบื้องหลัง

ห่วงเด็กคนนั้นมากขนาดนั้นเลยรึ แลสซูรีย์ มันไม่ผิดปกติไปหน่อยเหรอ แค่สัญญาที่ให้ไว้กับเอเมอรัลด์ กลับทำให้เจ้าคลั่งได้ขนาดนี้น่ะ!?โอนิกซ์พูดขึ้นเมื่อดาบปะทะกันอีกหน

หุบปากน่ะ!!!

งั้น ข้าจะเตือนความจำเจ้าอย่างนึงนะ ร่างกายของเด็กคนนั้นที่เจ้าทะนุถนอมมาตลอดเกือบ 10 ปีน่ะเป็นของข้ามานานแล้วนะ!!

เจ้า!!!แลสซูรีย์เลือดขึ้นหน้าเมื่อนึกถึงรอยประทับตามตัวเอเลซซาร์ หากโอนิกซ์กลับไม่คิดจะหยุด กลับก้าวเข้ามาใกล้ผู้ที่ผนึกวิญญาณเขาไว้ในร่างเทกต์ไทต์ กระซิบแผ่วเบา

เจ็บปวดสินะ!!!เจ็บเหมือนถูกมีดกรีดเลยใช่ไหม ไม่คิดหรือไง ว่ามันมากกว่าความรู้สึกแค่ว่าต้องปกป้องน่ะ แลสซูรีย์แลสซูรีย์ชะงัก แน่ละ ที่เขาทุ่มกำลังเข้าปกป้องเอเลซซาร์ นอกจากตามสัญญาที่ให้ไว้กับเอเมอรัลด์อดีตคู่หมั้นแล้ว ก็เป็นความต้องการของเขาเองแต่เขาไม่เคยที่จะคิดใคร่ครวญหาเหตุผลของมัน จนกระทั่งในวันนี้ ที่เห็นเอเลซซาร์ถูกย่ำยี เขากลับเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์ในอกของเขามันร้อนรุ่มไปด้วยความรู้สึกถูกทำร้ายของรักมากกว่าการที่ของที่ต้องพิทักษ์ถูกทำร้ายเช่นที่เคยมา สิ่งนี้เองที่ทำให้เขาชะงักงัน จนกระทั่งเปิดช่องว่างให้โอนิกซ์โจมตีด้วยพลังทั้งหมด ทำให้เขาบาดเจ็บร่วงหล่นลงมา

อ๊าก.................กซ์!!!

เจ้ายังโง่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ แลสซูรีย์....

ท่านอาแลสซูรีย์!!!อเมทิสต์ตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าแลสซูรีย์พลาดท่า ส่วนเขาเองก็เจ็บแผลจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว เมื่อศัตรูหันกลับมาเล่นงาน เห็นทีว่าเขาคงจะสู้ไม่ได้ แต่ที่เขาห่วงยิ่งกว่าความปลอดภัยของตัวเองก็คือร่างที่บาดเจ็บปางตายในวงแขนเขาที่แม้จะได้ยาสมานบาดแผลแต่ก็ยังมีเลือดไหลซึมออกมาตลอดเวลา และดูเหมือนว่าลมหายใจจะอ่อนลงทุกที น่าสังเวชที่เขาได้แต่พึ่งพิงเอเลซซาร์ หากในเวลานี้เขากลับทำอะไรไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

ปล่อยมือเจ้าซะ อเมทิสต์!!! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องของของข้า

ข้าไม่ปล่อย!!!ถึงตายข้าก็ไม่ปล่อย!!!

หลีกไป!!!

โอนิกซ์อัดพลังปัดร่างอเมทิสต์ออกไปอย่างไร้เยื่อใยลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับร่างของลาพิสแลสซูรีย์ที่กำลังพยายามจะหยัดยืนขึ้นมาสู้ใหม่เข้าอย่างแรงจนอาการทั้งคู่บอบช้ำลงไปอีก เจ้าของดวงตาสีฟ้าได้สติขึ้นมาก่อน หากภาพที่เห็นกลับทำร้ายใจเขายิ่งกว่า เมื่อเห็นเงาร่างสูงดำทะมึนช้อนร่างที่ไร้สติขึ้นมาไว้ในวงแขน ก่อนจะประกบริมฝีปากแนบแน่น

เจ้าทำอะไร เอเลซซาร์น่ะ!?

ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ แลสซูรีย์ คนคนนี้เป็นของข้า และข้าจะไม่ยอมยกเขาให้ใครอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร!!!

ใบหน้าเย็นเยือกส่งประกายตากร้าวก่อนจะยิ้มเยาะให้แว่บหนึ่ง ก่อนจะใช้มนต์เคลื่อนย้ายหายตัวไปจากตรงนั้น ทิ้งให้แลสซูรีย์ตะโกนก้องด้วยความปวดร้าวภายในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

เอเลซซาร์!!!

เสียงตะโกนก้องนั้นแทรกลึกเข้าไปถึงโสตประสาทของอเมทิสต์ บอกถึงลางร้ายที่เขาต้องสูญเสียอีกครั้ง


edit @ 2006/05/06 14:49:50

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet