silence love II ตอน 8

posted on 06 May 2006 14:40 by arshura09  in silence-II

silence love ตอน 8

1 เดือนต่อมา

ท้องพระโรงแน่นขนัดไปด้วยขุนนางผู้ใหญ่ที่ต่างมารวมตัวกันเพื่อเข้าเฝ้าเพื่อเสนอแนวทางรับมือข้าศึกที่บุกโจมตีชายแดนอยู่เนืองๆในระยะหลังให้แก่ราชันย์หนุ่มซึ่งยังด้อยประสบการณ์ ( แม้ว่าพระสติปัญญาจะเก่งกล้ากว่าขุนนางบางคนรวมกันเสียอีกก็ตาม )

พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง!?

พระสุรเสียงทุ้มนุ่มหากแข็งกล้าดังขึ้นหลังจากทรงปล่อยให้เหล่าขุนนางถกเถียงกันมายาวนานพอสมควรแล้ว

ฝ่าพระบาท หม่อมฉันคิดว่าควรเพิ่มกำลังเสริมไปอีกพระเจ้าค่ะขุนนางคนหนึ่งก้าวออกมาแสดงความคิดเห็นในขณะที่อีกเสียงหนึ่งจากผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามสวนขึ้นทันควัน

ฝ่าพระบาทกระหม่อมคิดว่า เราควรสำรองกำลังไว้ในเมืองหลวงจะดีกว่าพระเจ้าค่ะ

ฝ่าพระบาท อย่าไปฟังพระเจ้าค่ะ ทรงออกหมายเกณฑ์ไพร่พลเพื่อช่วยเมืองหน้าด่านเถิดพระเจ้าค่ะ

ฝ่าพระบาท เมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง จะทรงเพิกเฉยไม่วางกำลังไว้ไม่ได้นะพะยะค่ะ!!!

กษัตริย์หนุ่มกุมพระเศียรอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะทรงผินพระพักตร์ไปยังผู้ที่น่าเชื่อถือสำหรับพระองค์

ท่านแลสซูรีย์ ท่านมีความเห็นว่ากระไร!?

เพียงเอ่ยชื่อนั้นทุกคนถึงกับชะงักงัน ต่างพากันหันไปมองเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์ที่สุดหากกับกลายเป็นที่พึ่งในยามสับสนเช่นนี้อย่างต้องการรรู้คำตอบ รอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากของแลสซูรีย์ปรากฏขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตากึ่งเชื่อมั่นกึ่งเฉียบขาดสะกดทุกคนในที่นั้นให้เงียบเสียงได้อย่างน่าประหลาด

ในความคิดเห็นของกระหม่อมเราควรดำเนินการทั้งสองอย่างพระเจ้าค่ะ

ทั้งสองอย่าง....ทำอย่างไรหรือ!?

กระหม่อมเห็นควรให้เหลือกำลังหลักไว้ในพระนครเผื่อเอาไว้ในเหตุฉุกเฉินพระเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องของเมืองหน้าด่าน.....เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อปรามคนที่กำลังจะโต้แย้ง

กระหม่อมเห็นควรว่าจะต้องแบ่งทหารออกไปเสริมกำลังด้วยพระเจ้าค่ะเพื่อปราการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นป้องกันการโจมตีจากข้าศึก และเพื่อประเมินความเสียหาย อีกทั้งเพื่อวางแผนขั้นต่อไปในการป้องกันแนวหน้ากระหม่อมยินดีจะไปกับทหารที่ส่งไปเมืองหน้าด่านด้วยพระเจ้าค่ะ

ดี!!!ถ้าเช่นนั้นทำตามที่ท่านแนะนำเถอะ เลิกประชุม!!!!

รับด้วยเกล้า ฝ่าบาท

พวกขุนนางต่างแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ผู้อาสาไปยังเมืองหน้าด่านยังคงรั้งรออยู่ราวกับรู้ว่าองค์กษัตริย์ยังคงมีเรื่องบางอย่างที่ทรงต้องการฝากฝังเขาให้จัดการให้อยู่และก็จริงดังที่เขาคาดไว้

ท่านแลสซูรีย์.....ขอเชิญท่านที่ห้องหนังสือกับข้าสักเล็กน้อย

พะยะค่ะ....

ร่างอ่อนเยาว์กว่าเสด็จนำหน้าไปด้วยกิริยาอันสง่าที่ไม่เคยเปลี่ยนเช่นเดียวกับพระราชบิดาของพระองค์ แต่ด้วยเพราะทรงยังเยาว์ เยาว์ต่อประสบการณ์ที่สมเด็จพระบิดาทรงมีพรักพร้อม เมื่อเกิดปัญหากับบ้านเมืองเช่นนี้จึงทำให้ทรงหวาดหวั่นยิ่งนัก หวาดหวั่นต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น....และที่พึ่งในยามนี้ก็เหลือเพียงผู้ที่ทรงไว้ใจที่กำลังก้าวตามหลังพระองค์มาเท่านั้น.....

ณ ห้องทรงพระอักษร ที่แม้จะมาถึงที่แล้วหากองค์ยุวกษัตริย์ยังทรงนิ่งเงียบราวกับไม่รู้จะทรงเริ่มต้นอย่างไร ผู้สูงวัยกว่าจึงต้องชักจูงด้วยถ้อยคำเรียบง่ายหากไว้ซึ่งฐานะไว้บางส่วน

ดูเหมือนว่าจะทรงมีเรื่องไม่สบายพระทัยนะพระเจ้าค่ะ.....

.....ท่านอาแลสซูรีย์ต่อหน้าข้าที่เป็นเหมือนหลานท่านคนหนึ่ง กรุณาอย่าใช้คำราชาศัพท์เลยครับ....

...ถ้าเช่นนั้น กระหม่อมขออภัย แล้วเจ้ามีเรื่องอะไรจะถามข้ากระนั้นหรือ โทปาซ หลานข้า

ท่านอาคิดอย่างไรกับเรื่องที่เมืองประเทศราชติดชายแดนถูกตีติดๆกันจนกระทั่งรุดมาใกล้เมืองหน้าด่านได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้!?

น่าตกใจ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่จะมีใครทำได้ดังนี้มาก่อน ท่าทางเจ้าเมืองเมืองศัตรูจะได้แม่ทัพฝีมือดีไว้ช่วงใช้กระมัง...

นั่นแหละที่ข้ากังวล!!!!

ทั้งสองอาหลานจ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่โทปาซจะคลี่แผนที่ประเทศออกมา

หัวเมืองที่ถูกตีแตกทุกเมือง....ถูกวางแผนการป้องกันไว้อย่างดี ถึงจะไม่เข้มแข็งเท่าเมืองหลวง ทว่าใช่ว่าแตกได้ง่ายไม่ แต่นี่ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ทุกเมืองต่างถูกยึดสิ้น!!!ท่านอา ข้าไม่อยากคิดเลยว่า....เรื่องอย่างนี้มันจะเป็นไปได้ นอกเสียจากว่า....

อะไร!?

จะเป็นฝีมือของคนใน!!!

เจ้าสงสัยใคร!?

ถ้าหากข้าพูดไปท่านอาจะยอมเชื่อหรือ!?

คำพูดนั้นราวกับจะสื่อถึงชื่อของคนที่เคยเป็นที่ไว้ใจที่สุด นั่นยิ่งทำให้แลสซูรีย์ยิ่งหวาดวิตกตามผู้เป็นหลานไปด้วยอีกคน จนไม่อาจจะปล่อยไปเฉยๆได้

โทปาซ หรือว่าเจ้าสงสัย....

หัวเมืองเหล่านั้น ท่านอากับท่านเทกต์ไทต์เป็นคนวางแปลนการป้องกันเมืองไว้ใช่หรือไม่!?

แต่โทปาซ เจ้าก็รู้นี่ว่า เทกต์ไทต์น่ะ....

เรายังไม่ได้เห็นศพเขากับตานะครับ ท่านอา!!!!

แววตาสีทองส่องประกายแวววับจนกระทั่งผู้สูงวัยกว่ายังสั่นสะท้าน ความเป็นผู้ปกครองดูเหมือนจะฉายแววออกมาเต็มเปี่ยม รัศมีแห่งราชาที่ถอดแบบออกมาจากผู้เป็นบิดาไม่ผิดเพี้ยน ทำให้แลสซูรีย์ได้แต่ถอนใจ ใช้มือตบไปที่ไหล่ของผู้เป็นหลานทำนองทักท้วง

เรายังไม่มีหลักฐาน เจ้าจะคาดการณ์ตามแต่ใจไม่ได้นะ!!!

แต่......

เทกต์ไทต์ไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่ๆ!!!

โทปาซและแลสซูรีย์รีบหันกลับไปยังแขกไม่ได้รับเชิญที่ตะโกนก้องผลักประตูเข้ามาด้วยความโกรธปนกับไม่เชื่อในถ้อยคำที่ตนได้ยินเมื่อสักครู่ของอเมทิสต์อย่างตระหนก เนื่องจากทั้งคู่รู้ดีว่าเจ้าชายน้อยพระองค์นี้ไม่มีทางจะยอมรับได้ในเรื่องที่พวกตนพูดถึง ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

เทกต์ไทต์คนสำคัญของข้า รักบ้านเมืองเป็นที่หนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทรยศ ไม่มีทาง!!!

อเมทิสต์ ใจเย็นๆก่อน!!!!โทปาซรีบรุดเข้าไปคว้าตัวน้องชายไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก

ท่านพี่ ท่านก็น่าจะทราบความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้วนี่พระเจ้าค่ะ แล้วทำไมยังทรง...ยังทรงสงสัยในความภักดีของเขาล่ะ พระเจ้าค่ะ!? อีกอย่าง...เทกต์ไทต์น่ะ เขา....

ก็เหมือนอย่างที่เจ้าได้ยินนั่นแหละ...ตราบเท่าที่พี่ยังไม่เห็นศพของเขา พี่ก็ยังแน่ใจไม่ได้!!!

เสด็จพี่!!!!

ความเป็นความตายของบ้านเมือง พี่จะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาคิดด้วยไม่ได้หรอกนะ อเมทิสต์!!!!

ดวงตาสีม่วงส่องประกายตัดพ้อผู้เป็นพี่ชายด้วยความรู้สึกเจ็บปวดสุดแสน ถูกล่ะ หากท่านพี่ของเขายังเป็นเพียงองค์โทปาซที่เป็นลูกศิษย์ของเทกต์ไทต์แล้วล่ะก็เรื่องนี้ก็คงไม่ถูกยกเอามาดำริให้เสียเวลา แต่บัดนี้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขา คือกษัตริย์โทปาซที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน แม้ผู้ที่เคยเป็นมือขวาก็ยังไม่อาจทรงวางพระทัยได้ เรื่องนี้เขาเข้าใจดี แต่จะให้เขาสงสัยคนที่เขารักจนหมดใจเขาก็ไม่อาจทำได้....

สรุปก็คือเสด็จพี่คิดว่า เทกต์ไทต์เป็นคนทำสินะพระเจ้าค่ะ!?

พี่ไม่ได้พูดอย่างนั้น!!

แต่จากคำพูดของเสด็จพี่ มันบ่งบอกอย่างนั้นนี่พระเจ้าค่ะ!!!!

อเมทิสต์!!!!เจ้าใจเย็นๆแล้วฟังพี่พูดก่อนได้ไหม!!?

ข้าไม่ฟัง ข้าเกลียดเสด็จพี่!!!!เกลียดที่สุด!!!

ร่างบางสะบัดมือพี่ชายที่พยายามเกาะกุมร่างเขาไว้ ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้น โทปาซฟาดมือลงกับโต๊ะเสียงดังปังด้วยความรู้สึกที่ระงับไม่อยู่ อึดอัดกับความรู้สึดขัดแย้งในการเป็นเจ้าแผ่นดินกับพี่ชายที่แสนดีว่าเขาควรเป็นแบบไหนในสถานการณ์เช่นนี้ จนแลสซูรีย์ต้องเอื้อมมือไปบีบไหล่ที่ดูเหมือนจะแบกภาระที่หนักหน่วงนั้นไว้อย่างเข้าใจ

อาเข้าใจเจ้าดี... โทปาซ ไม่เป็นไรหรอก แล้วอาจะอธิบายให้อเมทิสต์เข้าใจเอง....

ครับ...ขอบพระคุณท่านอา....ข้าขอฝากท่านแล้ว

........................................................................................................................................................

อเมทิสต์วิ่งเต็มกำลังเข้าไปในป่าข้างปราสาทพร้อมกับปาดหยาดน้ำตาที่กำลังหลั่งไหลออกมาด้วยความรู้สึกคับแค้นใจที่พี่ชายของตนไม่ไว้ใจคนสำคัญของเขาอย่างอับจนหนทางที่จะระบาย เขารักพี่ชายเขาและเข้าใจดีถึงความจำเป็นของผู้เป็นกษัตริย์ หากแต่เขาก็เชื่อใจเทกต์ไทต์เช่นกัน....

ข้าควรทำเช่นไรดี....ทำเช่นไรร่างบางค่อยๆทรุดลงนั่งลงกับต้นไม้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมีคนที่รักที่สุดอยู่เคียงข้าง หากวันนี้...เขากลับไม่หลงเหลือสิ่งที่เคยมี ทั้งๆที่ในยามนี้เขาต้องการให้คนคนนั้นอยู่เคียงข้างเขาเป็นที่สุด

เทกต์ไทต์...เขารำพึงชื่อนั้นออกมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาสีเขียวคู่หนึ่งกำลังมองมายังเขาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ตนเองไม่สามารถทำอะไรเพื่อเขาได้อยู่ไม่ไกล แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาใกล้ตัว

ไม่นึกว่าแค่ข้าไม่อยู่เท่านั้นจะเกิดเรื่องได้ถึงขนาดนี้นะ อเมทิสต์....

เทกต์ไทต์!!!อเมทิสต์ตะโกนก้องออกไปอย่างดีใจเป็นที่สุด เมื่อเห็นเงาร่างสูงเจ้าของเนตรและเส้นผมยาวดำเป็นประกายมายืนอยู่ตรงหน้าสมดังหวัง ส่วนเอเลซซาร์แม้จะดีใจที่ได้เห็นผู้เป็นอาจารย์อีกครั้ง หากส่วนลึกในร่างกายกลับปฏิเสธจนหนาวยะเยือกไปทั่วร่าง เขาจึงรีบรุดเข้าไปคว้ามือของผู้ที่กำลังพุ่งเข้าไปหาเทกต์ไทต์ไว้ทันที

ปล่อยข้าสิ เอเลซซาร์ นั่น เทกต์ไทต์นะ เจ้าจะฉุดมือข้าไว้ทำไม!?

นั่นสิ....เอเลซซาร์ ปล่อยอเมทิสต์มาเถอะ...

เอเลซซาร์พยายามฉุดร่างเล็กๆไว้เพราะรู้สึกถึงความผิดปกติที่แฝงเร้นภายใต้รอยยิ้มใจดีที่เขาคุ้นตามาตลอด ทว่าร่างเล็กๆในมือของเขากลับไม่รู้สึกถึง จึงรีบสะบัดมือเขาออกเต็มแรง วิ่งแล่นเข้าไปหาอ้อมแขนของคนตรงหน้าทันทีโดยไม่คิดจะระวังตัวใดๆ

เทกต์ไทต์!!! เทกต์ไทต์!!!ท่านจริงๆใช่ไหม!?ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน!!!

ข้าก็คิดถึงเจ้า อเมทิสต์ คิดถึงจนอยากฆ่าให้ตายเลยล่ะ!!!

เอ๋!!!

ฉัวะ!!!เสียงเล็บจิกเนื้อดังก้อง ทำเอาร่างที่ถูกแทงสะดุ้ง ความปวดแล่นแปลบปลาบจากแผลที่ช่องท้องลามไปทั่วร่าง ในสมองงุนงงในหัวใจเจ็บร้าวเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าคนที่เขาเข้ามาอยู่ในวงแขนจะเป็นคนลงมือ

เทกต์ไทต์........ทำไม!?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet