silence love II ตอน 7

posted on 06 May 2006 14:28 by arshura09  in silence-II

silence love II ตอน 7

เอเลซซาร์เดินออกมานอกปราสาทตรงไปยังแนวป่าที่เขามาพักผ่อนเป็นประจำเมื่อยามยังเยาว์วัยด้วยฝีเท้าที่เบาหากหนักหน่วงด้วยความรู้สึกรวดร้าวไปทุกย่างก้าว เมื่อถึงที่หมายเขาก็ทรุดตัวลงนั่งใต้ร่มไม้เดิมหลับตาลงช้าๆก่อนจะริดเอาใบอ่อนของต้นไม้แถบนั้นมาเป่าเพลงใบไม้ด้วยถ้อยทำนองที่เศร้าสร้อยแทนเพลงไว้อาลัยให้แก่อาจารย์ที่มีพระคุณกับเขาอย่างเหลือล้น ซึ่งจนบัดนี้เขายังจำได้ดีถึงวันที่อาจารย์ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ในวันนั้นเมื่อ 10 ปีก่อน.......

ฆ่ามันซะเลย!!!มันเป็นกาลกิณีของบ้านเมือง ฆ่ามัน!!!!

เสียงของขุนนางคนหนึ่งเสนอขึ้นมาข้างลานประหารโดยชี้มือมายังเขาที่กำลังนั่งนิ่งอยู่เคียงข้างร่างจมกองเลือดที่ไร้วิญญาณของมารดา

ใช่ ถ้าปล่อยไว้ก็คงมีแต่ความอัปยศไม่สิ้นสุด เลือดชั่วๆควรขุดรากถอนโคนให้สิ้น!!!อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้น ประกายตาส่อแววชิงชังอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็มีเสียงขัดขึ้นมาอีกครั้ง

เด็กนี่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของวงศ์กษัตริย์อยู่เช่นกันนะ เพียงแค่เราประหารท่านหญิงซึ่งเป็นมารดาไปแค่นี้ก็ทารุณพออยู่แล้ว พวกท่านยังจะพรากชีวิตที่ยังไม่รู้ประสีประสาอีกชีวิตหนึ่งตามไปด้วยหรือ เหี้ยมโหดเกินไปแล้ว!!!

แล้วเจ้าจะปล่อยให้สายเลือดต้องห้ามนี่คงอยู่หรือไง เดี๋ยวอีกไม่นานมันก็คงพาโชคร้ายมาสู่เมืองเราจนพินาศกันไปหมดแน่!!!

ที่เจ้าพูดมันก็ไม่มีหลักประกันว่าจะต้องเป็นจริงนี่นา!!

แล้วเจ้าจะรับประกันเด็กคนนี้หรือยังไง!!!?

ถ้ามีคนรับประกันก็จบใช่ไหม!!!

เสียงทรงอำนาจดังขึ้น สยบทุกเสียงในที่นั้นได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆที่ตัวเจ้าของเสียงยังคงเป็นหนุ่มน้อยรูปงามผู้หนึ่งที่มีสีตาและสีผมดำสนิทตัดกับผิวขาวเนียนที่มีร่องรอยกรำแดดผสานกับท่าทีองอาจเกินวัยได้เป็นอย่างดี หากมองเผินๆคงไม่ต่างอะไรกับเทพผู้สถิต ณ ราตรีกาลที่จะงามได้ถึงเพียงนี้

เทกต์ไทต์เจ้าจะรับรองเด็กคนนี้หรือ!?สุรเสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากศาลาที่ประทับขององค์กษัตริย์ไดมอนด์ด้วยแววพระเนตรไม่พึงพระทัยโดยที่ข้างพระวรกายมีองค์ราชินีการ์เน็ทที่กำลังทรงอุ้มยุวกษัตริย์พระองค์น้อยเอาไว้พร้อมพระราชโอรสที่จะขึ้นสู่การเป็นราชาในวันข้างหน้าประทับอยู่เบื้องยุคลบาท

เทกต์ไทต์น้อมกายลงทำความเคารพต่ำแทนคำตอบรับ ก่อนจะประสานสายตามุ่งมั่นของตนเข้ากับสายพระเนตร เพื่อสื่อถึงความตั้งใจจริงของเขาที่ไม่ว่า อำนาจใดก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเขาได้

เกล้ากระหม่อมมั่นใจว่า ถ้าเกล้าได้สอนเด็กคนนี้ล่ะก็ เขาจะเติบโตมาเป็นจอมทัพที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครพระเจ้าค่ะ ข้าขอเอาเกียรติของแม่ทัพและนักปราชญ์ของเมืองเป็นประกัน

ดี ในเมื่อท่านมั่นใจถึงขนาดนั้นข้าจะยกสายโลหิตพรายนั่นให้ท่านดูแลก็แล้วกัน แต่ถ้าหากเจ้าเด็กนั่นก่อเรื่องขึ้นมาแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะเอาชีวิตมันที่ฝากท่านไว้คืนก็แล้วกัน!!!!

พระเจ้าค่ะเทกต์ไทต์มองตามหลังองค์กษัตริย์ที่เสด็จกลับไปด้วยพระอารมณ์ขุ่นมัวจากการสูญเสียพระขนิษฐาไปอย่างไม่มีวันกลับเพื่อรักษาชีวิตสายเลือดของคนต่างเผ่าไว้อย่างโล่งใจ ก่อนจะหันกลับเดินมาหาร่างน้อยๆที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่เคียงข้างร่างของมารดาอย่างไม่มีที่ไป เด็กน้อยหันไปมองเขาด้วยแววตางงงันเมื่อมืออบอุ่นยื่นลงมาปาดน้ำตาให้ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่มุมปากคล้ายจะปลอบโยน

เด็กน้อย เจ้าชื่ออะไร

เอเลซซาร์....

เอเลซซาร์....ศิลาพรายรึ ชื่อเพราะดี เอาล่ะ มากับข้าเถอะ เอเลซซาร์นับจากนี้ ข้าคืออาจารย์เจ้า แม่เจ้าฝากเจ้าไว้กับข้า นับจากนี้ข้าจะดูแลเจ้าเอง ชื่อของข้าคือ เทกต์ไทต์....

ความคิดคำนึงสะดุดลงพร้อมกับเสียงเพลงใบไม้ที่ไม่อาจส่งท่วงทำนองเสนาะเศร้าออกไปได้อีก เพราะผู้บรรเลงปล่อยให้หยาดน้ำใสๆไหลรินผ่านใบหน้าเนียนนั้นช้าๆ แม้ปราศจากเสียงสะอื้นร่ำหา ทว่าหัวใจกลับร้าวรานเกินกว่าคำพูดใดๆที่จะบรรยายได้ถึงความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเคารพยิ่งกว่าใครในโลกนี้....

......................................................................................................................................................

1 เดือนผ่านไป หลังข่าวการสูญเสียแห่งเทกต์ไทต์ราชแม่ทัพอันเป็นประดุจดั่งหัตถ์ขวาแห่งองค์โทปาซได้แพร่สะพัดไปทั่วราชอาณาจักรและอาณาจักรข้างเคียง ซึ่งนำมาซึ่งความเศร้าและกังวลแผ่ซ่านไปทั่วราชอาณาจักร ความสูญเสียผู้มีความสามารถเช่นนี้ย่อมล่อแหลมต่อการโจมตีของอาณาจักรอื่นเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือความเศร้าเสียใจของบุคคลรอบตัวเทกต์ไทต์ โดยเฉพาะอเมทิสต์ที่นอกจากเจ้าตัวจะเศร้าซึมไม่เป็นอันกินอันนอนแล้วยังดูเหมือนว่าเขาจะตกเป็นเป้าในการระบายอารมณ์ของคนที่รักและชื่นชมในตัวเทกต์ไทต์ในฐานะสาเหตุอย่างช่วยไม่ได้ อย่างวันนี้ก็เช่นกัน

เป็นเพราะเจ้า!!!!เทกต์ไทต์ถึงต้องตาย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าล่ะก็ เขาก็คงไม่ตาย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า!!!!ทำไม!?คนที่ตายไม่ใช่เจ้า!!!ทำไม!!!?สตรีเจ้าของคำพูดกรีดร้องอย่างสะกดกั้นไม่อยู่ จากอาภรณ์ที่นางสวมใส่ไม่ว่าใครก็ดูออกว่านางคงมียศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงไม่น้อย แต่ในสายตาของอเมทิสต์นางก็เป็นแค่สตรีที่สูญเสียผู้เป็นคู่หมั้นไปเท่านั้น เขาจึงได้แต่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบอะไรนอกจาก

ข้าขออภัย....

แค่คำๆนั้นมันทดแทนคนสำคัญของข้าไม่ได้หรอก!!!ท่านมันตัวโชคร้าย ใครอยู่กับท่านไม่มีวันเป็นสุขแน่ๆ เริ่มแรกท่านพรากเอาหัวใจเขาไปจากข้า!!! แล้วสุดท้ายท่านก็พรากเอาแม้กระทั่งชีวิตของเขาไป!!!จะขอโทษสักกี่พันครั้งข้าก็ไม่อภัยให้ท่าน ไม่มีวันให้อภัย!!!มือขาวๆที่เต็มไปด้วยความโกรธถูกฟาดลงบนใบหน้าสำนึกผิดของเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอย่างเต็มแรง เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ นางก็เงื้อมือขึ้นเตรียมฟาดซ้ำเพื่อให้สาสมกับอารมณ์โกรธที่กำลังพลุ่งพล่าน ทว่าก็ถูกมืออันแข็งแกร่งกว่ายึดเอาไว้จากทางด้านหลัง นางรีบหันขวับกลับไปหาเจ้าของมือนั้นอย่างขัดใจ

ปล่อยนะ!!!!นางพูดได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อประสานสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียววาววับเย็นเยือกแข็งกร้าวแสดงถึงความไม่พอใจในการกระทำของนางอย่างคาดโทษของเอเลซซาร์ที่ใครๆต่างก็รู้ว่าไม่มีผู้ใดสามารถหยุดการกระทำของเขาได้ หากเขาต้องการจะจัดการใครสักคน โดยเฉพาะในยามนี้ที่นางกล้าแตะต้องคนสำคัญยิ่งยวดของเขา ความหวาดกลัวทำให้นางหวีดร้องออกมาหวังว่าจะหลุดพ้นจากแรงยึดที่ข้อมือ

ปล่อยนะ!!!เจ้าเด็กไร้มารยาท!!!ปล่อยข้า!!!! เจ้าถือดีอะไรมาจับข้าหา!!!โอ๊ย!!!

มือแข็งแกร่งกดแรงลงที่ข้อมือของนางอีกรอบ แววตามุ่งร้ายฉายแววกร้าวมากขึ้น จนหล่อนหนาวยะเยือกไปทั้งร่าง ดีว่าอเมทิสต์ร้องห้ามทัน

เอเลซซาร์ ไม่ได้นะ!!!ถ้าเจ้าทำร้ายนางล่ะก็ เรื่องมันจะไม่จบลงง่ายๆแน่!!!เอเลซซาร์หันไปมองคนร้องห้ามด้วยสายตาส่งคำถาม เมื่อเห็นแววตาไม่พอใจของอีกฝ่ายจึงสะบัดข้อมือที่ตนยึดไว้แน่นเมื่อครู่ไปอีกทางอย่างแรงจนเจ้าของข้อมือเซหลุนไม่เป็นท่าล้มลงไปกับพื้น เมื่อเจ้าหล่อนจะเงยหน้าขึ้นมาต่อว่า ดวงตาสีเขียวคู่เดิมก็ส่งประกายกร้าวยิ่งกว่าเดิมเป็นเครื่องหมายว่าถ้าหากนางยังคงอยู่ที่นั่น ชีวิตของนางคงไม่ปลอดภัยแน่ นางจึงรีบหลบไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าไม่น่าทำอย่างนี้นะ เอเลซซาร์ นั่นน่ะอดีตคู่หมั้นของเทกต์ไทต์ที่เป็นถึงเชื้อพระวงศ์แห่งเมืองข้างๆเสียด้วย ถ้าเจ้าทำอะไรนางล่ะก็ท่านพี่ต้องตำหนิเจ้าแน่....แปลกนะ ปกติเจ้าออกจะเยือกเย็น วันนี้ทำไมเจ้าถึงเลือดร้อนขึ้นมาได้ล่ะ...อเมทิสต์ฝืนยิ้มข่มความเจ็บแสบที่ผิวแก้มจากแรงมือของคนที่จากไปเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้คนตรงหน้าเป็นห่วง หากผลกลับตรงกันข้าม เมื่อมือเย็นๆของอีกฝ่ายยื่นมาแตะใบหน้าที่กำลังบวมแดงอย่างแผ่วเบา พร้อมแววตาเป็นห่วงเป็นใยอย่างสุดแสน

ข้าไม่เป็นไรหรอกน่ะ ผู้ชายอย่างเราโดนผู้หญิงสักคนสองคนตบน่ะมันไม่หนักหนานักหรอก เดี๋ยวมันก็หายเจ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก เอเลซซาร์....ข้าชินแล้วล่ะ อย่างน้อยถ้านางได้ระบายอารมณ์บ้าง นางจะได้ดีขึ้นบ้างไง...ผู้พูดแอบหลบสายตาราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ จนผู้มองส่งแววตาห่วงออกมาอีกหน อเมทิสต์ห่วงแต่คนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ถึงตัวเองจะเจ็บปวดมากกว่าขนาดไหนก็ไม่เคยปริปากบ่น

ถ้าเข้าใจแล้ว...ก็ปล่อยมือเถอะเอเลซซาร์

แทนที่เจ้าของชื่อจะยอมปล่อยมือง่ายๆเขากลับน้อมตัวลงแนบริมฝีปากเข้ากับรอยนูนแดงนั้นเบาๆอย่างทะนุถนอม เป่ามนต์รักษาอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จนรอยนั้นหายไปจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมา ณ ตำแหน่งเดิม ดวงตาสีเขียวราวกับมรกตเม็ดงามนั้นมองมาด้วยแววตาอ่อนโยนจนคนถูกมองอดใจเต้นระทึกไม่ได้ เอเลซซาร์นั้นหากมองดีๆโดยมองข้ามฐานันดรไม่ว่าใครก็ต้องออกปากชมว่ารูปงามยิ่ง แต่อาจเป็นเพราะอยู่ใกล้กันเกินไปเขาจึงมองไม่เคยเห็นจุดนี้ของเพื่อนรักเลยแม้แต่น้อย และใช่ว่าเขาจะไม่รู้ใจเพื่อนรัก เขาจึงได้พยายามหลีกหนีความหวังดีของคนที่เขาพยายามย้ำอยู่ในใจเสมอว่าเป็นเพื่อนอยู่ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะในใจเขาไม่อาจลืมคนรักที่จากไปได้

พอแล้วล่ะ เอเลซซาร์ข้าจะกลับห้องแล้ว อย่าดีกับข้านักเลย เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่อาจตอบสนองเจ้าได้...เอเลซซาร์

ร่างเล็กๆค่อยๆเดินห่างออกไปปล่อยให้ร่างสูงกว่ายืนนิ่งอยู่ที่เดิม คิ้วได้รูปของเอเลซซาร์ขมวดมุ่นขบริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ใช่ เขารู้ดีว่าเขาไม่อาจแทนที่ใครคนนั้นสำหรับอเมทิสต์ได้ แต่ที่เขาทำไปทั้งหมด เขาทำเพียงเพราะอยากปกป้อง แม้ชั่วชีวิตนี้เขาไม่อาจจะได้อยู่เคียงข้างแต่อย่างน้อยก็ขอแค่ให้เขาได้คอยดูแลคนที่เขารักก็เพียงพอ....

.....................................................................................................................................................

พลบค่ำ อเมทิสต์เปิดหน้าต่างออกมาดูดวงจันทร์ที่ส่องแสงสีเงินยวงออกมาประดับท้องฟ้าอย่างขมขื่น

จันทร์เต็มดวงหรือ ช่างเหมือนกับวันนั้นที่เราจะออกเดินทางเลยนะเทกต์ไทต์....ท่านยิ้มให้ข้าแล้วบอกจะทำตามที่ข้าปรารถนา ใช่ไหม....แล้วทำไม....เขาซบหน้าลงกับขอบหน้าต่างอย่างสิ้นหวังทั้งๆที่พระจันทร์ดวงเดียวกันยังฉายแสง แล้วทำไมวันนี้...ข้างกายของข้าถึงไม่มีรอยยิ้มของท่านคอยอยู่ข้างๆล่ะ เทกต์ไทต์ ทำไม...ทำไม!?หยาดน้ำใสๆที่อดกลั้นมานานถูกปล่อยให้ไหลรินออกมากลบตา ก่อนที่คำรำพึงหาจะจางหายไป พร้อมสายลมที่ยังพัดเย็นเยียบสะท้อนเข้าไปในหัวใจที่ปวดร้าวราวกับจะตอกย้ำให้รู้ถึงความเดียวดายที่มี ริมฝีปากสวยได้รูปเม้มสนิทกัดฟันแน่นดุจราวจะข่มความเจ็บปวดที่หลั่งไหลออกมากับน้ำตาที่อ่ารินออกมาไม่ขาดสายจากหัวใจที่ร้าวรานจนแทบทนไม่ไหวดวงนั้นอย่างสุดกลั้น ก่อนที่จะม่อยหลับไปอย่างอ่อนเพลียอยู่ที่ริมหน้าต่างนั่นเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ได้มีบุคคลหนึ่งอุ้มร่างของตนไปวางลงบนเตียงอย่างเบามือ โดยมิได้แตะต้องอะไรไปมากกว่านั้นก่อนจะก้าวกลับออกไปนอกห้องปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา แล้วเดินพลิ้วออกมากลืนไปแมกไม้และสายลมที่พัดผมสีทองส่องประกายให้ปลิวไปคล้ายกับจะสะบัดให้หัวใจที่หม่นเศร้าคลายลงจากการที่เป็นได้เพียงคนนอกใจสำหรับใครคนนั้นด้วยความปรารถนาจากใจของเขาเอง บทเพลงปลอบขวัญผืนป่าถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้งจากดวงใจที่เศร้าหมองเพื่อเตือนใจตัวเองให้ตระหนักถึงการยืนหยัดอยู่เพื่อทำตามคำสาบานและหน้าที่ที่อาจารย์ฝากไว้ให้ลุล่วง หากชั่วขณะจิตนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ถึงจิตอันมุ่งร้าย หากเมื่อเขาหันไปหาต้นกำเนิดของจิตนั้น เงาร่างนั้นกลับลับหายอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงความรู้สึกเย็นยะเยือกที่เขาเคยได้รับมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน ความเจ็บปวดที่เขาไม่ต้องการนึกถึง ลางสังหรณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เขาพยายามนึกอย่างนั้นเพื่อข่มความหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงเจ้าของมือที่ทำให้เขาแปดเปื้อน ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับที่พักโดยไม่ได้ระวังตัวเลยว่าแววตาคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เขาและยิ้มอย่างยินดีที่ได้พบเขาอีกครั้ง

ช่วงนี้ข้าจะปล่อยให้เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน เอเลซซาร์ เมื่อถึงเวลาที่ข้าพร้อม...ข้าจะกลับมารับเจ้าแน่ๆ...รอก่อนนะ เจ้าศิลาพรายของข้า....ฮ่าๆๆๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet