silence love II ตอน 6

posted on 06 May 2006 14:13 by arshura09  in silence-II

silence love II ตอน 6

ชายหนุ่มภายในเกราะขาวยังคงนิ่ง ก้าวเข้ามาข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรงทำให้ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งเหลืออดในท่าทีนั้นจึงเงื้อดาบขึ้นเพื่อฟาดฟันหวังยุติปัญหา หากสุรเสียงทรงอำนาจทางด้านหลังหยุดเขาไว้ทัน

หยุดเดี๋ยวนี้!!! นั่นเป็นแขกคนสำคัญที่ข้ารอมานานแล้ว ปล่อยให้เขาเข้ามาได้

ทหารองครักษ์ถอนตัวออกไปอย่างเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกปล่อยให้ชายลึกลับนั้นเดินเข้าไปถึงพระที่นั่ง ร่างนั้นทรุดลงถวายคำนับองค์กษัตริย์แทบจะทันทีที่ก้าวไปถึง ดูนอบน้อมผิดกับกิริยาแรกที่ไม่หวั่นเกรงผู้ใดราวกับถูกสั่งสอนไว้ว่าจะไม่ก้มหัวให้ผู้ใดนอกจากผู้ที่ตนนับถือเท่านั้น โทปาซคลี่แย้มพระสรวลบางๆก่อนจะกล่าวต้อนรับชายปริศนาดังกล่าวด้วยสุรเสียงอ่อนโยน

กลับมาแล้วหรืออเมทิสต์พี่รอเจ้าอยู่นานแล้วล่ะ....เจ้าไม่คิดจะถอดเกราะให้พี่เห็นหน้าเจ้าซักหน่อยรึ อย่างน้อยทุกคนจะได้ไม่หวาดระแวงเจ้าไงล่ะ

ทุกคนต่างฮือฮาเมื่อหมวกเกราะอันหนักอึ้งนั้นถูกปลดออก ปล่อยให้เส้นผมสีเงินสะบัดพลิ้ว พร้อมดวงตาสีม่วงปรากฏแก่สายตา ไม่มีใครปฏิเสธว่าใบหน้านั้นคือองค์ชายรองแห่งอาณาจักรนี้ ที่แค่มีเกราะมาบังก็ทำให้พวกเขาแทบจะลงไม้ลงมือกับผู้สูงศักดิ์อันเป็นที่รักยิ่งไปเสียแล้ว แต่ในหมู่ผู้จำไม่ได้ก็มีผู้ที่นอกจากจะจำได้ไม่ลืมอย่างองค์โทปาซและลาพิสแลสซูรีย์แล้ว ก็ยังมีอีกผู้ที่กุมดาบข้างตัวไว้แน่นเตรียมชักออกมาขัดขวางการกระทำของราชองครักษ์ตั้งแต่ร่างบางเดินเข้ามาอย่างเอเลซซาร์อยู่อีกคน หากองค์โทปาซไม่ตรัสห้าม ท้องพระโรงคงจะได้เกิดการปะทะขึ้นเป็นแน่

เจ้าไปไหนมารึ พี่รอพบเจ้าอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว...แล้วเทกต์ไทต์ล่ะ เขาไปกับเจ้ามิใช่หรือ!?

อเมทิสต์ไม่ตอบผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชาย หากกลับล้วงเข้าไปภายในเกราะ คว้าผลึกเจ็ดสีออกมาถวายพี่ชาย

ของขวัญเนื่องในพระราชพิธีสยุมพรพระเจ้าค่ะ เสด็จพี่...

เจ้าไปนำสิ่งนี้มาให้พี่หรือนี่!?

พะยะค่ะ...เพราะคุณค่าของอัญมณีในหัตถ์อนุชาล้ำค่ายิ่ง ค่าของมันมีค่ายิ่งกว่าคำว่าควรเมืองจนทำให้องค์กษัตริย์แอบลอบสบเนตรกับพระชายาคนงามเบื้องหลังครู่หนึ่งราวกับจะทรงถามความคิดเห็น ซึ่งพระชายาก็ทรงขยับพระพักตร์ขึ้นลงเบาๆแทนคำตอบ จึงได้ทรงยื่นพระหัตถ์ไปรับแก้วเจ็ดสีนั้นมา แต่ในพระทัยตระหนักดีว่า ภายในใจของผู้เป็นน้องชายกำลังทุกข์ระทมขมขื่นกับที่มาของผลึกดังกล่าวเพียงใด

พี่ขอบใจเจ้านัก แต่พี่ว่าเจ้าดูเหนื่อย กับ....การเดินทางมามากแล้ว ถ้ายังไงพี่ว่าเจ้าเข้าไปพักผ่อนเสียก่อนดีกว่านะอเมทิสต์...ไว้เจ้าพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยมาร่วมงานก็ได้...

ขอบพระทัยเสด็จพี่พระเจ้าค่ะ...

อเมทิสต์ผุดลุกขึ้นอย่างเหนื่อยล้า หันหลังจะออกไปจากท้องพระโรง แต่ชั่วครู่เดียวเมื่อเดินห่างออกมาจากฝูงชน ร่างบางก็อ่อนระโหยลงจนต้องพิงเสาด้านหนึ่งไว้ ภาพของเทกไทต์ย้อนหวนเข้ามาในความคิดคำนึง พริบตาที่ร่างนั้นถูกกรงเล็บจิกทะลุจนบัดนี้ยังแจ่มชัดราวกับพึ่งเกิดตรงหน้า ชีวิตของผู้เป็นที่รักหลุดลอยหายไปไม่มีวันกลับ นี่ถ้าหากว่าเขาไม่ดื้อดึงที่จะไปที่นั่น ป่านนี้ร่างสูงนั้นคงจะยืนอยู่เคียงข้างเขาอยู่ในงานคืนนี้อย่างมีความสุข ทุกอย่างเป็นเพราะเขา เพราะเขาเอง....

เทกต์...ไทต์.....หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยก่อนร่างทั้งร่างจะอ่อนยวบลงไร้เรียวแรงจะต้านทาน บาดแผลในใจบาดลึกจนส่งผลมายังร่างกายที่อ่อนแรงจนทานไม่ไหว โชคดีที่วงแขนแข็งแรงของผู้ที่แอบตามมาเงียบๆอย่างเอเลซซาร์เข้าประคองร่างนั้นไว้ได้ทันก่อนที่จะกระแทกกับพื้น เขาค่อยๆช้อนร่างอันอ่อนระโหยนั้นมาไว้ในวงแขนก่อนจะกดใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าไว้กับอกตัวเอง ในที่สุดลางสังหรณ์เขาก็เป็นจริง หากไม่เห็นเทกต์ไทต์อยู่เคียงข้างอเมทิสต์ สำหรับเขามันแปลความหมายได้เพียงอย่างเดียว

ถ้าหากอาจารย์เป็นอะไรไป.อาจารย์ขอฝากเจ้าดูแลอเมทิสต์ด้วย

เทกต์ไทต์จากไปแล้ว......อาจารย์จากไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใดๆ

เอเลซซาร์....อเมทิสต์เป็นไงบ้าง!?

แลสซูรีย์ผู้เดินเข้ามาสมทบภายหลังถามขึ้นขัดขวางน้ำตาของเขาที่กำลังจะหยาดไหลราวกับรู้ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เพื่อประเมินอาการของร่างเล็กในวงแขนเขาที่ดูซีดเซียวลงมากจนน่าใจหาย บ่งบอกถึงการเจอเรื่องราวอันแสนสาหัสเกินกว่าใจจะรับไหว

เอเลซซาร์....พาอเมทิสต์ไปพักที่ห้องเถอะ เดี๋ยวข้าไปเอาอุปกรณ์การรักษาที่ห้องก่อนแล้วจะตามไป...

เอเลซซาร์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย โอบอุ้มเจ้าของผมสีเงินนิ่มมือไปทางห้องพักของตัวคนป่วยเอง โดยมีแลสซูรีย์มองตามด้วยความเป็นห่วงคนทั้งคู่ผนวกกับความเจ็บปวดในหัวใจตัวเองกับการสูญเสียเพื่อนที่รักที่สุดไป เขาหันไปชกเสาจนได้แผลและผลลัพธ์เป็นเลือดที่ไหลรินทดแทนน้ำตาที่ไม่อาจไหลให้ใครเห็น

ทั้งๆที่ข้าเองก็รู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึงซักวัน แต่ว่าใช่ว่าข้าจะทำใจได้อย่างที่เจ้าเคยบอกหรอกนะเทกต์ไทต์...ข้าน่ะ เกลียดคำว่าเสียสละของเจ้าพอๆกับเกลียดความรู้สึกรับผิดชอบตามหน้าที่ของข้าที่ปล่อยให้เจ้าไป เทกไทต์ เพื่อนข้าทำไมเจ้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างด้วย ทำไม!?

หลังจากถอดเกราะอันแสนหนักอึ้งและเต็มไปด้วยเลือดนั้นออกจากร่างขาวบอบบางตรงหน้าแล้ว เอเลซซาร์ก็ค่อยๆวางร่างนั้นที่กำลังเคลิ้มฝันสะอื้นไห้เล็กๆเรียกชื่อผู้จากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงกับเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม สองมือเล็กๆพยายามไขว่คว้าเจ้าของชื่อที่บัดนี้ไร้ตัวตนเสียแล้วอย่างห่วงอาลัยสุดซึ้ง จนเอเลซซาร์ต้องคว้ามืออันเย็นเฉียบนั้น มาจุมพิตแผ่วเบาแทนคำปลอบประโลมก่อนจะวางมันคืนประสานไว้ที่หน้าอกของเจ้าของแม้กระนั้นหยาดน้ำตาก็ยังคงรินไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นที่เขาค่อยๆปาดมันออกจากใบหน้าซีดเซียวก่อนจะจุมพิตหน้าผากที่มีเส้นผมสีเงินระเรี่ยอยู่อย่างห่วงใยราวกับจะอำนวยพรให้ฝันร้ายกลายเป็นดี หากรอยริมฝีปากนั้นเบาแสนเบาราวกับกลัวว่าหากแรงเขามากไปอีกแม้เพียงนิดจะปลุกร่างเล็กนั้นให้ตื่นจากนิทราอันควรจะยาวนานไปจนถึงรุ่งสาง เขามองร่างนั้นนิ่งนานจนเห็นว่าร่างตรงหน้าเริ่มสงบลงแล้วจึงทรุดลงนั่งที่ข้างเตียงกระทั่งความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจของตัวเขาเองจะบังคับให้เขาม่อยหลับลงไปตอนใกล้รุ่ง....

อเมทิสต์ลืมตาตื่นขึ้นเมื่อแสงแรกแห่งวันฉายเข้ามาผ่านบานหน้าต่างที่ประดับด้วยผ้าม่านไหมเนื้อดี เขามองสำรวจตัวเองไปมาอย่างงุนงง จนเมื่อทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดได้แล้ว เขาถึงเข้าใจเมื่อเห็นเอเลซซาร์นอนหลับอยู่ข้างเตียงของเขา โดยมีเส้นผมสีทองไล้เคลียใบหน้าทอประกายต้องแสงตะวันส่องให้ใบหน้านั้นให้ดูสว่างนวลอยู่ในความสลัวของห้อง อเมทิสต์แอบยิ้มเล็กๆในความห่วงใยของ เพื่อนคนนี้เงียบๆ ที่ถ้าหากว่าเพื่อนตรงหน้าเขานี้ไม่มอบอัญมณีสีเขียวเข้มนั้นให้แก่เขา ป่านนี้เขาคงไม่รอดมาถึงที่นี่เป็นแน่........

ขอบใจนะ เอเลซซาร์อเมทิสต์รำพึงเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับปลุกให้ผู้ที่พึ่งหลับใหลให้ตื่นขึ้นพร้อมแววตาเป็นห่วงเขาอย่างสุดหัวใจ เขาจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแทนคำว่าไม่เป็นไรแม้ว่าในหัวใจเขารู้ดีว่ารอยแผลนั้นไม่มีวันจางหาย

ข้าไม่เป็นไรหรอก เอเลซซาร์...ข้าแค่อยากจะขอบใจเจ้า เพราะเจ้าแท้ๆ ข้าถึงรอดมาได้ พลอยที่เจ้าให้ข้ามันเปล่งแสงขึ้นมาตอนข้าตกลงมาจากหน้าผา บรรดากิ่งไม้ในป่าถึงได้โน้มกิ่งกันลงมารองรับข้าไว้ ข้าถึงได้ไม่บาดเจ็บมากมายอะไร ขอบใจนะ...เอเลซซาร์...แม้ใบหน้านั้นจะมีรอยยิ้มที่พยายามกลบเกลื่อนความเศร้าซักเท่าใดแต่นัยน์ตาสีม่วงที่เศร้าและหม่นหมองก็พอจะบอกได้ดีว่าผู้พูดกำลังรู้สึกอย่างไร ซึ่งเอเลซซาร์ก็มองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ถ้าหากข้าไม่ดันทุรังไปที่นั่นก็คงจะดีนะ เอเลซซาร์....ร่างเพรียวบางเริ่มสั่นระริก มือทั้งสองกำผ้าห่มที่ทอด้วยไหมที่ปรกตัวเขาอยู่ไว้แน่น

ข้าจะได้ไม่ต้องสูญเสียเทกต์ไทต์....ไม่ต้องสูญเสียคนสำคัญของข้าไป!!!หยาดน้ำใสๆไหลร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวยราวกับหยาดเพชรที่ทอประกายท่ามกลางแสงสลัว

ทั้งหมดเพราะความดื้อของข้า!!เพราะข้าดันทุรังจะเอาผลึกนั่นมา ทั้งๆที่เทกต์ไทต์ห้ามข้าแล้ว แต่ข้าก็ไม่ฟัง!!!เทกต์ไทต์ถึงได้...ถึงได้....ร่างบางชะงักเมื่อวงแขนกว้างโอบรัดร่างเขาไว้แน่นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเข้าใจในความรู้สึกของเขา

เอเลซซาร์ เจ้าไม่โกรธข้ารึ...ข้าเป็นคนพาเทกต์ไทต์ไปสู่ความตายนะ!?

ร่างที่กอดรัดเขาไว้สั่นศีรษะไปมา ก่อนจะกดศีรษะเขาให้แนบชิดลงกับอกกว้าง

จะให้ข้ายืมอกเจ้าร้องไห้รึไง เอเลซซาร์ เจ้านี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆนะ....ทุกครั้งที่ข้าไม่สบายใจ เจ้าจะอยู่ข้างๆเสมอ...อเมทิสต์เผยรอยแย้มยิ้มหากดวงตาสีม่วงทั้งสองดวงกลับเต็มไปด้วยน้ำตาที่อ่าไหลอย่างไม่อาจหยุดได้

ข้าอยากเข้มแข็งให้มากกว่านี้ เข้มแข็งจนสามารถช่วยเหลือเทกต์ไทต์ได้ ข้าจะได้ไม่ต้องเอาแต่ถูกปกป้องจนต้องเสียคนสำคัญของข้าไป ข้า....ข้า...........สิ้นคำนั้น เขาก็ปล่อยให้น้ำตาที่คั่งค้างอยู่ในอกไหลรินออกมาจนหมดอย่างไม่อายภายในอ้อมแขนของเอเลซซาร์ที่ได้แต่ข่มความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียนั้นไว้ภายในอกของตัวเองอย่างเงียบๆจนกระทั่งแสงตะวันเริ่มแผดกล้าขึ้นจนห้องทั้งห้องถูกฉาบเป็นเหลืองทอง เอเลซซาร์จึงค่อยๆปล่อยมือจากร่างในวงแขนช้าเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้าดีขึ้นจากการที่ร่างนั้นค่อยๆปาดน้ำตาทิ้งไปจากดวงหน้าใสสะอาดแล้วไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีก

ข้าไม่เป็นไรแล้วล่ะ....ขอบใจนะ เอเลซซาร์

เอเลซซาร์ยิ้มให้คนพูดด้วยแววตาอ่อนโยนจนอเมทิสต์ใจเต้นไปชั่วขณะ เขาไม่ค่อยได้เห็นเอเลซซาร์ยิ้มบ่อยนัก ส่วนมากก็มักเห็นใบหน้านี้นิ่งเฉยกับแววตาโศกสลดอยู่เสมอ เขายิ้มตอบเพื่อนรักอย่างยินดี

ไม่ได้เห็นเจ้ายิ้มมานานเท่าไหร่แล้วนะเอเลซซาร์ 10 ปีได้แล้วมั้งนะ ตั้งแต่ตอนที่ข้าหลงป่าแล้วเจ้าเป็นคนหาเจอน่ะ...เจ้าของดวงตาสีเขียวพยักหน้าช้าๆแสดงถึงว่ายังจำได้ อเมทิสต์ยิ้มแล้วพูดต่อ

ตอนที่ข้าขอให้เจ้าสัญญา ว่าข้าจะเป็นส่วนหนึ่งที่รับรู้ความคิดของเจ้าน่ะ เจ้าก็ยิ้มอย่างนี้เหมือนกันอเมทิสต์ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงอดีตอันแสนสุขซึ่งพลอยทำให้เอเลซซาร์ยิ้มเล็กๆที่มุมปากตามไปด้วย

ตอนนั้นน่ะ เกิดเรื่องมากมายเลยเชียว ข้าเองก็บาดเจ็บ เจ้าเองก็ถูกขังคุกหลวงตามกระแสรับสั่งของเสด็จพ่อทั้งๆที่มีบาดแผลใหญ่ตามตัว กว่าจะช่วยออกมาได้ก็ต้องพึ่งความสามารถของท่านอาแลสซูรีย์แล้วก็........เทกต์ไทต์ด้วย.....เสียงที่กำลังเล่าอย่างเริงรื่นเริ่มเปลี่ยนเป็นแหบพร่าด้วยความสะเทือนใจที่เริ่มเอ่อล้นมากขึ้นทุกทีๆ

ตอนนั้นเทกต์ไทต์ชมข้าด้วย ชมข้าว่าข้าเข้มแข็ง.....แต่แล้วในตอนนั้นความเข้มแข็งในตัวข้ากลับ....กลับช่วยเขาเอาไว้ไม่ได้....ดวงตาสีม่วงเข้มฉายแววขมขื่น หันหน้าไปอีกทางอย่างสุดกลั้น

เอเลซซาร์เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพักดวงตาสีเขียวเข้มภายใต้คิ้วหนาได้รูปที่บัดนี้ถูกขมวดเข้ามาด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่แพ้ร่างเล็กกว่าปิดลงอย่างขมขื่นชั่วขณะก่อนจะหันเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้อเมทิสต์สะอื้นไห้ออกมาอีกหนกับการสูญเสียที่ไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้....

เมื่อออกมาจากห้องของอเมทิสต์ เอเลซซาร์ก็สวนเข้ากับกษัตริย์หนุ่มและพระชายาผู้งดงามเข้าพอดี

อเมทิสต์เป็นอย่างไรบ้าง!?

ดวงตาสีเขียววูบไหว ก่อนจะส่ายศีรษะไปมา บ่งบอกถึงคำตอบที่ไม่พึงใจนักสำหรับผู้ถามจนต้องทรงถอนพระราชหฤทัยยาวๆออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะเอื้อมหัตถ์ไปบีบไหล่คนตรงหน้าที่ทรงถือเสมอว่าเป็นน้องชายอีกคนหนึ่งไว้แน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ

ไม่เป็นไรหรอกเอเลซซาร์ เดี๋ยวพี่จะเข้าไปปลอบใจอเมทิสต์อีกแรงเอง เจ้าไปพักเถอะ เอเลซซาร์.... พี่รู้นะว่าเจ้าเฝ้าอเมทิสต์มาทั้งคืนแล้วน่ะ....หากดวงตาสีเขียวยังส่อแววกังวลออกมาไม่เสื่อมคลาย จนองค์โทปาซต้องบีบไหล่บอบบางนั้นแน่นขึ้นอีกไปพักผ่อนเถอะ เอเลซซาร์ ถ้าเจ้าล้มไปอีกคนใครจะคอยดูแลอเมทิสต์ล่ะ!?เพราะประโยคนี้กระมังที่ทำให้ร่างตรงหน้ายอมถอยออกไปพักผ่อนตามคำสั่งโดยดีหลังโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมสูงสุด พระชายารูบี้มองตามร่างอ่อนระโหยนั้นไปสักครู่ก่อนจะทรงหันไปถามพระสวามี

เอเลซซาร์ พูดไม่ได้หรือเพคะ?

เมื่อก่อนเขายังพอจะพูดได้อยู่หรอก แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย....

เหตุการณ์...

........กษัตริย์หนุ่มทรงนิ่งไปราวกับทรงไม่ต้องการจะเอื้อนเอ่ยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้องค์ราชินีทรงหยุดคำถามที่ค้างคาในพระทัยไว้ในทันที ก่อนจะตามเสด็จพระสวามีเข้าไปดูพระอาการของพระอนุชาโดยไม่ทรงไต่ถามถึงเรื่องนั้นอีก

(จบตอน6)


edit @ 2006/05/06 14:47:42

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet