silence love II ตอน 5

posted on 06 May 2006 14:11 by arshura09  in silence-II

silence love II ตอน 5

เทกต์ไทต์ ไหวมั้ย!? สีหน้าท่านไม่ดีเลยนะ

อเมทิสต์เดินเข้ามาหาคนรักที่ท่าทางเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อยๆอย่างเป็นห่วง เขารู้ดีว่าแค่พลังฝีมืออันกระจอกงอกง่อยของปีศาจที่เขาผ่านด่านมาไม่มีทางทำให้จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเทกต์ไทต์ถึงกับหอบล้าทรุดลงดังในเวลานี้ได้แน่นอกเสียจากว่าใน ตัวเทกต์ไทต์เองนั่นแหละที่มีอะไรผิดปกติ เส้นผมสีดำเส้นเล็กที่ระอยู่บนหน้าผากของคนที่ถูกไต่ถามเปียกชื้นจากเหงื่อที่ออกมาโทรมกาย เจ้าของร่างรีบยกมือขึ้นปาดมันออกช้าๆ ก่อนจะยิ้มฝืนบอกแก่คนที่กำลังเป็นห่วงว่าไม่เป็นไร ทว่าในใจเขารู้ดีว่าโอนิกซ์กำลังจะทำลายเขาเพื่อดันตัวเองออกมา

อเมทิสต์มองร่างที่เหนื่อยหอบนั้นอย่างไม่เชื่อใจในคำแก้ตัว แต่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจเข้าไปประคองร่างนั้นไว้ด้วยความห่วงใย ในขณะที่อีกมือที่ว่างยังคงกุมดาบเอาไว้แน่น เมื่อเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าด่านสุดท้ายที่เขารอคอยกำลังใกล้เข้ามาแล้ว เสียงคำรามดังกึกก้องได้นำทางเขาไปพบกับเจ้ามังกรที่รักษาผลึกสีรุ้งแล้วในที่สุดนัยน์ตาสีม่วงจ้องมองร่างของมังกรนิ่ง ร่างของมันนอนขดยาวอยู่บนยอดเขา นัยน์ตาอันน่าเกรงขามถูกปิดสนิทราวกับจะบอกร่างเล็กๆตรงหน้าว่านั่นเป็นเวลานิทรารมย์ของมัน เวลาที่เหมาะสมเหลือเกินต่อการแย่งชิงสิ่งที่ส่องประกายสีรุ้งกลางหน้าผากของมันออกมาเป็นของขวัญในราชพิธีสยุมพร

เทกต์ไทต์ท่านพักอยู่นี่ก่อนนะ..เขาค่อยๆหย่อนร่างอันอ่อนล้านั้นลงคว้ากริชคู่ใจออกมาถือไว้เดินตรงเข้าไปหาเจ้ามังกรนิทราด้วยใจยินดียิ่ง โดยไม่สนใจว่าเทกต์ไทต์จะร้องห้าม

อเมทิสต์!!! อย่านะ!!! มันอันตรายเกินไป!!!! อุ๊บ!!!!ร่างสูงทรุดลงไปอีกรอบเมื่อสิ่งนั้นพยายามจะปะทุออกมาอีกครั้ง

ไม่เป็นไรหรอก เทกต์ไทต์ คอยดูฝีมือข้าก็แล้วกัน.

ร่างบอบบางปีนขึ้นไปบนศีรษะอันเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียวส่องประกายนั้นช้าๆจนกระทั่งถึงจุดสูงสุด อัญมณีส่องประกายสีรุ้งนั้นส่องประกายแวววาม รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นที่มุมปากสวยได้รูป ก่อนเริ่มลงมือแซะเอาผลึกนั้นออกมา เจ้ามังกรสะดุ้งเล็กน้อย การกระทำนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ปลุกมันให้ตื่นจากนิทราอันยาวนานได้ จนกระทั่งเมื่อร่างน้อยทำสำเร็จยกผลึกขึ้นชูเหนือหัวเพื่ออวดความสามารถของเขาให้คนที่หมอบร่างอยู่ด้านล่างได้เห็นประกายแสงอันสว่างจ้านั่นแหละมันจึงผงาดขึ้นอีกครั้งส่งเสียงคำรามกึกก้อง

ก๊าซซซซ!!!

การยกตัวขึ้นทันทีของมันทำให้ร่างที่ยืนเหยียบศีรษะของมันอยู่เสียหลักลื่นตกลงมา

แย่แล้ว!!!อเมทิสต์นึกในใจแต่มือก็ไม่ยอมปล่อยผลึกที่ได้มานั้นให้ห่างจากตัวโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้เจ้ามังกรมันกางกงเล็บอันใหญ่โตและแหลมคมเข้าคว้าของที่มันปกป้องมานานอย่างไม่สนใจว่าร่างที่กอดรัดไว้จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆหรือไม่!!!

อเมทิสต์!!!ระวัง!!!เทกต์ไทต์หยัดกายขึ้น กระโดดเข้าขวางกรงเล็บนั้นอย่างสุดกำลัง

เทกต์ไทต์!!!

เจ้ารีบหนีไปซะ!!! ข้าจะขวางมันไว้ให้ รีบไป!!!

ไม่!!! ข้าไม่ทิ้งท่านไว้ที่นี่เพียงลำพังแน่!!! เราต้องไปด้วยกัน!!!

รีบไปซะ!!! ข้าจะต้านมันไม่ไหวแล้ว

ไม่!!!ถ้าจะต้องตาย ข้าก็จะตายไปพร้อมท่านที่นี่!!!! ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น!!!!

น้ำตาพร่างพรูลงมาจากตาสีม่วงคู่สวย มันแฝงไว้ด้วยความจงรักและเทิดทูนต่อคนตรงหน้าอย่างสุดแสนจนดวงตาสีดำนิลนั้นสั่นระริกตาม มันถึงเวลาแล้วสำหรับเขา เวลาแห่งการลาจากเจ้าของดวงตาคู่นี้ผู้ที่เขารักสุดหัวใจ เขาดึงร่างนั้นเข้ามากอดแล้วจูบเป็นครั้งสุดท้ายด้วยมือข้างที่เหลืออยู่พร้อมกับกล่าวคำลา

ข้ารักเจ้า อเมทิสต์. ลาก่อนเขาปัดร่างนั้นให้ลอยละลิ่วไปทางหน้าผาที่เขารู้ดีว่า ร่างนั้นจะได้รับการปกป้องจากสิ่งที่เขาคืนให้อย่างแน่

เทกต์ไทต์!!! ไม่นะ!!! ร่างน้อยหัวใจสลายเมื่อภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นเป็นสีแดงฉานสาดกระเซ็นมาจากบาดแผลที่เกิดจากกรงเล็บอันใหญ่และแหลมคมแทงทะลุเกราะดำสนิทจนมิด เขากรีดร้องดังก้องด้วยความสูญเสียอันหาสิ่งใดเปรียบมิได้ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยละลิ่วหล่นลงมาจากหน้าผาอันสูงชันอย่างไม่รู้ชะตากรรม

เทกต์ไทต์!!!!!!

..

เอเลซซาร์ลุกขึ้นมากุมศีรษะ ดางตาสีมรกตฉายแวววิตกหวาดหวั่น นับแต่ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขากังวลยิ่งกว่าสิ่งใดที่เสียงสดับได้ในยามจะตื่นนิทรา

เทกต์ไทต์!!!!!!!เสียงนั้นแสดงถึงความรวดร้าวภายในใจอย่างสูงสุด จนทำให้เขาปวดแปลบไปด้วย เขาไม่กล้าที่จะแน่ใจในความคุ้นเคยในน้ำเสียงนั้น น้ำเสียงที่ส่งผ่านมาจากอัญมณีแห่งชีวิตของเขาเอง เพราะเขากลัว กลัวในลางสังหรณ์ที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียมาสู่เขาอีกคราหนึ่ง ความสูญเสียที่เขาน่าจะเป็นผู้เสียสละแทนหากคนผู้นั้นไม่มาขัดขวาง

ฟื้นแล้วเหรอเอเลซซาร์เสียงราบเย็นดังขึ้นนำเขาให้หลุดจากห้วงความคิดทันควัน จ้องเขม็งไปยังร่างที่ประตูนั้นด้วยความโกรธ ซึ่งผู้มาเยือนก็พอจะรู้เหตุผล

อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ข้าก็แค่ทำตามที่เทกต์ไทต์และแม่เจ้าสั่งไว้ เจ้าก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าทั้งคู่ต่างไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรไปใช่มันรวมไปถึงข้าด้วยที่ห่วงเจ้าร่างสูงเดินเข้ามานั่งพร้อมเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายต่อสายตาแค้นเคืองนั้นเช่นเดิม เอเลซซาร์เงียบนิ่งสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นไม่ว่าลางสังหรณ์นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ เขาก็ไม่คิดจะให้อภัยชายผู้นี้แน่

เอาเถอะเรื่องนั้นช่างมันก่อน เจ้ารีบไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวจะเข้าร่วมพิธีสำคัญไม่ทันนะร่างโปร่งบางยังคงนั่งนิ่งนึกในใจว่าพิธีอะไรก็ช่างเขาไม่คิดจะทำตามคำสั่งของคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าคนนี้เป็นเด็ดขาด คนสูงวัยกว่าเมื่อเห็นกริยานั้นก็อมยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างนั้นแผ่วเบาทางด้านหลัง กระหวัดร่างบางกว่าไว้ในวงแขน กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู

ถ้าเจ้าไม่รีบไปอาบล่ะก็ข้าอาจจะเกิดอารมณ์อยากทำอะไรสนุกๆขึ้นมาบ้างก็ได้นะเอเลซซาร์พูดไม่พูดเปล่ามือแข็งแรงยังสอดลึกเข้าไปในเสื้อไล้แผ่นอกเนียนละเอียด แถมริมฝีปากยังไล้ลิ้นผ่านต้นคองามระหงเสียอีกด้วย เพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างที่ถูกจู่โจมสะดุ้งเฮือกเจ้าจะเอาซักยกไหมล่ะส่วนคำนี้ก็ทำให้ร่างน้อยเผ่นแผลวคว้าเสื้อผ้าที่เขานำติดมาด้วยวิ่งเข้าอาบน้ำไปแลสซูรีย์แอบหัวเราะคิกก่อนจะจุมพิตมือที่ได้สัมผัสร่างนวลเนียนนั้นด้วยสายตาอบอุ่น รำพึงออกมาเบาๆ

เจ้านี่ตัวหอมจริงๆเลยนะ เอเลซซาร์ แถมยังน่าแกล้งซะด้วยนะ เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่ดูว่างานคืนนี้เจ้าจะเจิดจรัสสมใจข้าหรือไม่ เท่านั้นล่ะนะ

เอเลซซาร์ยืนฟังดนตรีภายในงานอย่างไม่สบอารมณ์นักที่สุดท้ายก็หลงกลคนเจ้าเล่ห์อย่างแลสซูรีย์อีกหน จนต้องมาร่วมงานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นนี้ทั้งๆที่หากเขาระลึกได้ว่างานนี้คือพระราชพิธีสยุมพรแห่งราชันย์โทปาซล่ะก็เขาจะต้องหาของติดไม้ติดมือมาด้วยแน่ แต่ในเมื่อมาแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะกลับออกมาไปอีกทำไมจึงได้แต่มองดูผู้คนที่มาร่วมงานที่เป็นบุคลากรชั้นยอดจากสองเมืองพี่น้องที่เป็นพันธมิตรกันเดินคราคร่ำอยู่ในวังจนแน่น แสดงถึงพระเกียรติยศของเจ้าสาวแห่งองค์โทปาซเจ้าหญิงรูบี้ราชขัตติยนารีแห่งเมืองข้างเคียงได้เป็นอย่างดี พระอัจฉริยภาพที่แฝงซ่อนอยู่ในพระสิริโฉมเป็นสิ่งที่ควรคู่กับ พระสวามีโดยแท้

นั่นน่ะรึราชบุตรที่เกิดจากเจ้าหญิงเอเมอรัลด์น่ะเสียงนินทาจากที่ไม่ไกลนักดังมาเข้าหูเอเลซซาร์ราวกับจงใจให้เขาได้ยิน

รูปงามเหลือเกินนะ งามไม่แพ้ผู้เป็นมารดา ท่วงท่ารึก็สมสง่าราศีเข้ากับชุดแห่งยุวราชที่สวมอยู่โดยแท้เชียวเสียงสาวน้อยอีกคนกล่าวต่อจากคนแรกอย่างชื่นชม ก็ไม่น่าแปลกเท่าไหร่หรอกเพราะขนาดแลสซูรีย์ยังชมแล้วชมอีกด้วยความชื่นชมที่ตนหาชุดให้เขาได้อย่างเหมาะสมราวกับตัดมาเป็นของเขาโดยเฉพาะกระนั้น

แต่น่าเสียดายนะ ที่แม่ของเขาทำผิดกฎมณเฑียรบาลถึงขั้นประหารเพราะไปรักกับพวกนอกรีต ที่เขาว่ากันว่าเป็นพรายเจ้าอะไรเนี่ยแหละ ก็เลยเป็นได้แค่นักโทษที่ท่านเทกต์ไทต์นำไปชุบเลี้ยง ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าจะได้รับเชิญมางานเดียวกับพวกเราได้เสียงกระแนะกระแหนอีกเสียงจากหญิงที่ดูสูงวัยกว่าหญิง 2 คนแรกเป็นเท่าตัวแว่วมากระทบโสตเขาอีกแต่ครั้งนี้กลับทำให้เขาปวดแปลบในใจแม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนกล่าวถึงประวัติของเขาเช่นนี้ทว่าสำหรับเขามันเหมือนมีดคอยกรีดให้เขาอยากจะหนีไปให้ไกล จึงเดินสะบัดหนีไปจากตรงนั้นแทบทันทีหากไม่มีมือแข็งแกร่งของลาพิส แลสซูรีย์คว้าเอาไว้

เขาลือกันว่าผู้หญิงเป็นนักการข่าวอันยอดเยี่ยม หากผู้ใดอยากทราบข่าวก็เพียงแต่เข้าไปร่วมวงก็เพียงพอ แต่สำหรับข้าแม้หญิงนั้นจะมีใบหน้างดงามเพียงใด แต่หากปากอันสวยได้รูปนั้นมีแต่พ่นวาจาอันเป็นที่น่าชัง ก็คงมิคู่ควรต่อการสนิทชิดเชื้อ แม้จะมีศักดิ์สูงเทียบเท่านางฟ้าสวรรค์เจ้า ในสายตาข้า ก็คงเป็นได้แค่นางกลางเมืองที่ไร้ค่าฉันนั้นกระมัง จริงไหมแม่หญิงทั้งหลาย

ท่านแลสซูรีย์นี่ท่าน!!!พวกผู้หญิงที่นินทาเมื่อครู่แทบถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ แต่แววตาของแลสซูรีย์กลับเรียบเฉย ยิ้มน้อยๆอย่างงามสง่าเป็นเชิงตอบกลับ

ข้ายังไม่ได้กล่าวถึงชื่อของผู้ใดเลย หรือว่าท่านร้อนตัวขึ้นมาหรือไร ท่านหญิงอะพาร์ไธต์

หนอย ฝากไว้ก่อนเถอะ ท่านจะได้เห็นดีกับข้าแน่ท่านแลสซูรีย์เจ้าหล่อนดึงมือลูกๆเดินปึงๆออกไปจากที่นั้นอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้แลสซูรีย์แอบขำท่าทางนั้นอยู่เป็นนาน ก่อนจะหันไปเห็นแววตาสีเขียวอันเศร้าสร้อยข้างตัว จึงยื่นมือออกไปลูบเส้นผมนิ่มสลวยระบ่าราวกับเส้นไหมทองคำนั้นเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ

เสียดายหรือที่ข้าไม่ใช่อเมทิสต์น่ะ เอเลซซาร์ร่างโปร่งสะบัดศีรษะเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธทั้งๆที่ริมฝีปากบางเม้มแน่น ไม่มีทางอยู่แล้วที่เขาจะไม่นึกถึง เพราะทุกครั้งที่เผชิญกับเรื่องเช่นนี้ เสียงแจ๋วๆจากร่างที่อ่อนวัยกว่าเขาถึง 4 ปีจะดังขึ้นเพื่อปกป้องเขาเสมอ แต่ตอนนี้ร่างนั้นกลับไม่เลือกที่จะยืนอยู่เคียงข้างเขา

ทำใจให้สนุกกับงานดีกว่าน่านั่นไงพี่ชายกับพี่สะใภ้เจ้าออกมาแล้วเอเลซซาร์มองตามมือนั้นไปทางด้านหนึ่งของห้องที่ผู้คนกำลังโห่ร้องแสดงความยินดีเซ็งแซ่ องค์หญิงรูบี้ดำเนินมาเคียงข้างพระสวามี เส้นพระเกศาสีแดงเจิดจ้าสีเดียวกับพระนัยนาตัดกับพระฉวีอันขาวผ่องนั้นอย่างกลมกลืน กริยาที่ยุรยาตรก็สง่าราวกับนางหงษ์ยิ่งเสริมความสง่าให้กับนางยิ่งเมื่อเดินเคียงข้างองค์ยุวกษัตริย์โทปาซที่งามมิแพ้กัน ด้วยเนตรสีทองที่เต็มไปด้วยพระกรุณาตรึงตราผู้ที่ได้พบเห็น ผนวกกับท่าทีอันแข็งแกร่งราวกับพระยาราชสีห์ด้วยแล้ว ยิ่งเหมาะเหลือเกินกับคำว่ากิ่งทองใบหยก เมื่อทั้งสององค์ประทับบัลลังก์เคียงคู่กัน ประชาชนก็พากันแซ่ซ้องขอให้ทรงพระเจริญดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ไม่แพ้ด้านนอกปราสาทที่เต็มไปด้วยงานรื่นเริงไปทั่ว ทว่าทุกคนก็ต้องตะลึงงันอยู่กับที่เมื่อประตูท้องพระโรงถูกเปิดออกด้วยฝีมือของผู้ที่อยู่ในเกราะขาวอาบโลหิตแดงฉานทั่วร่าง ส่วนหมวกนั้นเล่าก็ปิดหน้าจนมิรู้ว่าเป็นมิตรฤาศัตรู ทหารวังรีบจับอาวุธ หันด้านคมเข้าหาผู้มาเยือนแทบจะทันที

เจ้าเป็นใคร!?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet