silence love II ตอน 3
posted on 06 May 2006 14:06 by arshura09 in silence-IIsilence love II ตอน 3
อเมทิสต์และเทกต์ไทต์ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ ระหว่างทางทั้งคู่ต่างคุยกันในเรื่องสัพเพเหระ หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน เทกต์ไทต์แม้จะเป็นผู้ใหญ่กว่าร่วม 10 ปี ทว่าเขาก็รู้ดีว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ดวงตาที่ใสบริสุทธิ์นั้นมีประกายแห่งความสุขได้ และทุกครั้งร่างนั้นก็จะมีการตอบสนองด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาคลายทุกข์ไปได้เสมอ เดินทางมาไกลจนเย็นย่ำ ทั้งคู่จึงตัดสินใจพักแรมที่ป่าโล่งข้างทาง เทกต์ไทต์รุนหลังให้อเมทิสต์ไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้ๆก่อน ส่วนตัวเองก็ก่อไฟและจัดเตรียมที่พักอย่างง่ายๆเอาไว้ ร่างเล็กรับคำง่ายๆ วิ่งลิ่วห่างไป ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาทำให้ร่างสูงอมยิ้มไม่ได้ แต่ชั่วขณะความปวดแปลบที่หัวใจก็เริ่มรุนแรงขึ้น สิ่งนั้นคงอยากจะออกมาจากร่างเขาเต็มที เขาเร่งพลังต่อต้านส่งพลังให้กับตราผนึกที่ปิดขังนั้นให้แน่นหนาขึ้นอีก อาการเหล่านั้นจึงหายไป แต่พลังที่สูญเสียไปก็ทำให้เขาเหนื่อยหอบจนทรุดลงกับพื้น เหงื่อซึมออกมาทั่วตัว.รำพึงออกมาเบาๆ
อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าออกมาอีกเลย ถึงยังไงเจ้าก็ต้องตายไปพร้อมข้าโอนิกซ์!!!
อเมทิสต์ล้างตัวอยู่ในแม่น้ำ เฝ้ามองแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังผืนน้ำที่สงบนิ่งนั้นพร้อมกับยิ้มให้ตัวเองว่าลางสังหรณ์ที่เลวร้ายเมื่อก่อนออกเดินทางมันคงเป็นแค่ความกังวลของตัวเขาเองเพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆเกิดขึ้น เขาฮัมเพลงเบาๆอย่างเป็นสุขจนกระทั่งสะดุดเข้ากลับแสงสีเขียวกระจ่างแวววาวยามต้องแสงจันทร์บนกองเสื้อผ้าของตนจึงหันกลับไปทางฝั่งคว้าหินสีเขียวเข้มโปร่งแสงที่เอเลซซาร์ฝากมาก่อนเดินทางออกมาดูเล่น น่าแปลกที่ยิ่งนำมาส่องกับแสงจันทร์มันกลับยิ่งส่องประกาย คล้ายกับว่ามีพระจันทร์ดวงกลมแทรกอยู่ภายในอัญมณีนั้น
ข้าว่าเจ้ากังวลเกินไปแล้วกระมัง เอเลซซาร์เจ้าถึงขนาดยกสิ่งนี้ให้ข้าป้องกันอันตราย แต่เห็นทีว่าพอกลับถึงเมืองข้าคงต้องคืนให้เจ้าเสียแล้วล่ะ
บ่นงึมงำอะไรอยู่เหรออเมทิสต์!?
ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงคุ้นหูดังมาจากทางฝั่ง นัยน์ตาสีดำมันขลับจ้องมองดูร่างขาวเนียนที่กำลังอาบแสงจันทร์นั้นอย่างเพลินตา ผมสีเงินเปียกลู่ชิดแนบกับร่างกายที่มีหยดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงสีเงินยวงนั้นราวกับเม็ดไข่มุกนับหลายร้อยเม็ดที่ประดับอยู่บนร่างของเทพีแห่งจันทราจนแม้พระจันทร์เองก็คงจะดูออกว่าร่างนี้งามสมค่าที่จะฉายแสงต้อง
ท่านมองอะไรน่ะไหนบอกจะเตรียมที่พักไง!?
ก็เตรียมเสร็จแล้วถึงได้มาตามเจ้าไงเจ้าถืออะไรอยู่ในมือน่ะ
อ๋อเอเลซซาร์ให้ข้ามาเป็นเครื่องรางน่ะ อย่าเข้าใจผิดนะ หมอนั่นขี้ห่วงไม่ได้ให้เพราะความหมายพิเศษอะไรหรอก!!!ร่างเล็กรีบเก็บอัญมณีล้ำค่านั้นไว้ข้างหลัง เขากลัวว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจผิดถึงความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนรัก ใครจะว่ายังไงเขาไม่กลัวหรอก แต่สำหรับคนๆนี้เขาไม่อยากให้เข้าใจผิด ดวงตาสีดำมองร่างเก้อเขินนั้นด้วยแววตาเศร้าเล็กน้อย เขาตระหนักดีว่าลูกศิษย์เขามีใจให้อเมทิสต์ขนาดไหน ถึงขนาดที่ยกผลึกชีวิตตัวเองให้ก็แสดงว่า ความจริงใจย่อมมิใช่ธรรมดา เขาคงเลือกคนถูกแล้วที่จะให้คนคนนี้ปกป้องคนที่เขารักต่อไป ถ้าหากเขาไม่อยู่
เทกต์ไทต์!!!ท่านเป็นอะไรไปน่ะ.ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ!? ท่านโกรธข้าหรือ!?
ร่างสูงรีบเช็ดน้ำตานั้น.เขาพยายามแล้วที่จะกลั้นน้ำตาแต่พอนึกว่านึกว่าจะไม่ได้เห็นใบหน้านี้อีกเขาก็.
ตอบข้าสิท่านร้องไห้ทำไมเทกต์ไทต์อย่าเศร้าอยู่คนเดียวสิ เดี๋ยวข้าก็ร้องไห้กับท่านไปด้วยร่างบางเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ หยดน้ำใสๆเริ่มปริ่มขอบตา เขารู้ดีว่าอเมทิสต์อ่อนไหวง่ายเพียงใด เพราะงั้นเขาจึงบอกถึงความตั้งใจของเขาครั้งนี้ให้รู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ว่าเขากำลังจะจากไป มืออันสั่นเทาคว้าร่างเล็กๆที่ครองใจของเขามากอดไว้แน่น
อเมทิสต์ ไม่ว่าข้าข้าจะอยู่ที่ไหนข้าก็รักเจ้าเสมอนะ
เทกต์ไทต์.
ข้ารักเจ้า
ข้าก็เช่นกัน.อเมทิสต์เงยหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเทกต์ไทต์ขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะจุมพิตที่ดวงตาทั้งสองข้างเพื่อปลอบโยนหัวใจที่กำลังเสียขวัญ เทกต์ไทต์ใช่ว่าไม่เคยบอกรักเขาหากแต่ว่าวันนี้บรรยากาศกลับแตกต่างจากที่เคย.เขารู้สึกราวกับว่าร่างเย็นเยียบของผู้เป็นที่รักกำลังจะห่างจากสายตาเขาไปจนใจหายลางสังหรณ์เมื่อครั้งก่อนเดินทางย้อนกลับมาเตือนเขาอีกครั้ง
แย่เลยนะ ความขี้แยของข้าทำให้เจ้าเศร้าไปด้วยมือใหญ่กุมมือน้อยๆที่สั่นเทานั้นไว้แน่นแล้วยกขึ้นมาจุมพิต ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากจูบพรมไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด โน้มร่างขาวเนียนนั้นมาประชิดตัวแล้วจูบไล้ขึ้นไปตามซอกคอ
ออย่าเทกต์ไทต์ร่างบางเปล่าเปลือยเริ่มสะท้าน เมื่อรสสัมผัสเริ่มร้อนแรงมากขึ้น มือเล็กๆพยายามดันวงแขนกว้างนั้นให้พ้นตัว ทว่าไม่เป็นผล ริมฝีปากของคนตรงข้ามเลื่อนมาปิดริมฝีปากนุ่มนั้นไว้พร้อมกับแทรกเรียวลิ้นเข้าไปผสานรับความหอมหวานภายในนั้นด้วยแรงปรารถนา ส่วนมือที่โอบรัดก็ไม่ได้ปล่อยว่าง กลับค่อยๆเลื่อนมาสัมผัสที่จุดแดงซ่านที่กลางหน้าอกทั้งสองข้างอย่างหลงใหล ก่อนจะเลื่อนไล้ลงมาตามหน้าท้องที่แบนราบขาวเนียนร่างบางกระตุกด้วยความเสียวซ่าน กอดรัดร่างตรงหน้าไว้แน่น เทกต์ไทต์ค่อยถอนริมฝีปากออก ไล้เรียวลิ้นลงมาตามรอยมือที่เคยสัมผัส ดูดลิ้มความฉ่ำหวานทั่วเรือนร่าง
อา.เทกต์ไทต์ร่างน้อยๆหอบหายใจถี่ กอดรัดร่างสูงใหญ่กว่าที่บัดนี้เปลือยเปล่าไม่แพ้กันไว้แน่น เมื่อความซ่านเสียวปะทุร้อนไปทั่วอก เทกต์ไทต์ค่อยเลื่อนตัวเองลงไปในน้ำ ยกร่างที่กำลังเร่าร้อนนั้นพิงฝั่งไว้ แยกเรียวขาเรียวเล็กได้ส่วนนั้นออกจากกัน ก่อนจะไล้เรียวลิ้นลงต่ำ อ้ารับส่วนบอบบางนั้นทีละนิด
อะ.อา เทกต์ไทต์ ปล่อยข้าจะไม่ไหวแล้วเทกต์ไทต์แม้ได้ยินก็ไม่คิดจะหยุดจนกระทั่งร่างน้อยหอบกระเส่าเมื่อทุกอย่างทะลักทะลายออกมาตามอารมณ์ปรารถนา ซบอิงอยู่กับอกเขาอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างสูงค่อยๆพลิกตัวร่างอ่อนยวบด้วยความสุขสมนั้นให้หันหลังให้เขาก่อนจะแทรกดันตัวผ่านช่องด้านหลังอันแสนแคบที่บัดนี้มีของเหลวจากรสสัมผัสในตอนแรกหล่อลื่นไว้ กระนั้นความทุกข์ทรมานของผู้ที่อยู่ใต้ร่างของเขาก็ไม่ได้ลดลง
อ้า ไม่ เทกต์ไทต์ ข้า เจ็บ อา
อย่าเกร็งสิ อเมทิสต์ เจ้าทนอีกนิดเดียวเท่านั้น
อะ อ้า อ๊าซ์!!!!เสียงกรีดร้องสุดท้ายดังขึ้นหลังจากนั้นไม่นานก่อนที่ร่างบางจะสลบไหลไปในวงแขนแข็งแรงที่โอบกอดร่างนั้นไว้อย่างทะนุถนอม พร้อมกับจุมพิตเบาๆที่หน้าผาก เฝ้ามองใบหน้าที่ราวกับเทพสรรค์สร้างนั้นด้วยแววตาแสนเศร้าตลอดจนกระทั่งแสงสว่างรุ่งสางได้ทอแสงลงมา ทำให้ร่างบางกะพริบตาขึ้นมาในยามเช้าและพบว่าร่างที่กอดก่ายเขาอยู่เมื่อคืนก่อนนั้นได้เตรียมอาหารเช้ารอไว้แล้ว เสียงเตือนเรียบๆอย่างอารมณ์ดีดังมากระทบโสต
ตื่นได้แล้วล่ะ อเมทิสต์ แล้วรีบไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวจะไปเอาอัญมณีไม่ทันกำหนดนะ
รู้แล้วน่าร่างบางค่อยๆลุกข่มความปวดแปลบที่สะโพก แล้วทำตามคำเตือนนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อแต่งตัวเสร็จก็รีบมานั่งเคียงข้างคนที่ออกคำสั่งกับเขาเมื่อครู่ สูดกลิ่นหอมจากการย่างเจ้าไก่(โชคร้ายตัวนึง)อย่างชอบอกชอบใจ นัยน์ตาสีดำส่องประกายมองมาอย่างเอ็นดูท่าทางของเขาก่อนจะนำไก่ตัวนั้นมาฉีกแบ่งให้เขากินทีละนิดจนกระทั่งหมดตัว
เทกต์ไทต์ท่านไม่กินเสียหน่อยหรือ
ข้ากินไปก่อนเจ้าแล้วตัวนึงไม่เป็นไรหรอก
เหรอ.แต่ท่านดูหน้าซีดๆนะ ไม่เป็นไรจริงๆหรือเทกต์ไทต์ดวงหน้าอันงามเลื่อนเข้าไปใกล้ นัยน์ตาสีม่วงฉายแววความห่วงใยออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจ ร่างตรงหน้ามองเขาด้วยแววตาเศร้าแวบหนึ่งก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามาแนบชิดกดไว้กับอก เพราะรู้ว่าเวลาที่จะได้สัมผัสร่างนี้เหลืออีกไม่นานแล้ว.
เทกต์ไทต์มือท่านเย็นจัง
เหรอ.อาจจะเป็นเพราะข้าเพิ่งสัมผัสน้ำมาก็ได้ชายหนุ่มหันเหความสนใจให้กับร่างเล็กที่กำลังสงสัย
ท่านอาบน้ำก่อนข้านี่นาแล้วทำไม
ข้าใช้มนต์เรียกสิ่งที่อยู่ในน้ำขึ้นมาน่ะ อยากเห็นไหมว่าข้าได้อะไรมา
อะไรเหรอเทกต์ไทต์คลี่ยิ้มบางๆที่มุมปากให้ดวงตาสีม่วงที่กำลังกะพริบถี่ด้วยความสนใจก่อนจะหันไปหยิบหินสีเขียวเข้มมาวางบนมือของอเมทิสต์ที่แทบจะร้องออกมาในทันทีที่เห็นสิ่งนั้น
นี่มันของเอเลซซาร์ที่ให้ข้านี่นา ข้าทำตกลงไปในน้ำตอนที่ริมฝีปากได้รูปรีบปิดลงทันทีเมื่อกำลังจะเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน หน้าบางแดงซ่านสะเทิ้นอายรีบคว้าหินนั้นมากอดไว้กับตัว ทำท่าจะหมุนออกห่างก็พอดีที่วงแขนกว้างรู้ทันโอบรัดร่างนั้นไว้แน่นได้เสียก่อน พร้อมกระซิบเบาๆที่ข้างหู
รู้สึกดีไหมเมื่อคืน.ร่างน้อยดิ้นขลุกขลักภาพเมื่อคืนยังคงฝังใจเขาอยู่ ยิ่งเทกต์ไทต์มากระตุ้นเตือนแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ อารมณ์เขายิ่งเตลิด รีบดันร่างสูงออกห่าง
อย่าถามข้าข้าไม่ตอบท่านหรอก!!!! เทกต์ไทต์ยิ้มน้อยๆให้กับท่าทางเขินอาย ก่อนจะดึงเจ้าชายน้อยเข้ามาใกล้ประกบริมฝีปากบางนั้นอย่างนิ่มนวล แล้วค่อยๆถอนริมฝีปากออกบอกแก่ร่างนั้น
ข้ารักเจ้านะ
ดวงตาสีม่วงประสานกับดวงตาสีดำนิ่งนาน รสจูบแสนหวานเริ่มขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะจูงมือกันเดินทางต่อไปสู่ยอดเขาที่มีสิ่งที่ต้องการอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความวิปโยคอย่างใหญ่หลวงในกาลต่อมา
(จบตอน 3)
edit @ 2006/05/06 14:07:28
.: You Gotta Have FAITH!!!!!!! :.