silence love II ตอน 12

posted on 06 May 2006 14:58 by arshura09  in silence-II

ตอน 12

ห้องขังเมืองผลึก 10 กว่าปีก่อน...

มารดาคว้าร่างของเขาลูกชายตัวน้อยมากอดประคองไว้ พรุ่งนี้แล้วที่เขากับมารดาจะถูกตัดสินโทษจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ของเมืองนี้ และเหมือนว่ามารดาของเขาจะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้...หยาดน้ำตาจึงไหลหลั่งออกมาจากดวงตาสีมรกตทั้งคู่อย่างช้าๆ เขารีบเอามือน้อยๆปาดน้ำตาให้มารดาด้วยความห่วงใย

ท่านแม่ ท่านร้องไห้ทำไม!?

องค์หญิงเอเมอรัลด์ผู้มารดาแย้มสรวลบางๆพร้อมกุมมือเขาไว้แผ่วเบา

เอเลซซาร์ ทั้งชีวิตนี้แม่มีคนที่ต้องขอโทษอยู่ แม่...เป็นคนเลือกทางที่ทำร้ายจิตใจพวกเขาที่สุดด้วยการหนีพวกเขาไปแต่งงานกับพ่อเจ้าโดยไม่ได้บอกลาหรือปรับความเข้าใจกันก่อนที่จะไป พวกเขาเป็นคนอ่อนโยนดังนั้นคงจะเจ็บปวดมากกับการกระทำนั้นของแม่....และคงจะโกรธแม่อยู่แน่ๆ....แต่ตอนนี้แม่คงไม่มีเวลาที่จะขอโทษพวกเขาอีกแล้ว....หยาดน้ำใสๆไหลรินจากนัยน์ตาคู่สวยของมารดาเขาอีก จนมือน้อยๆต้องเช็ดให้อีกครั้ง เขารู้สึกได้ว่าพระหัตถ์แห่งพระมารดาเย็นเยียบจนน่าใจหาย

เพราะอย่างนั้น เอเลซซาร์แม่ขอฝากหน้าที่นี้ให้ลูกแล้ว...หากเจ้ามีโอกาสล่ะก็...ขอโทษพวกเขาแทนแม่...ปกป้องพวกเขาแทนแม่ด้วยนะ เอเลซซาร์....แทนแม่...

เมื่อภาพอดีตจางหายไปในความคิด เอเลซซาร์ทำได้แค่วิ่งไปยังต้นเสียงที่ดังกึกก้องเป็นระยะๆนั้นอย่างเร่งร้อนด้วยหัวใจที่ภาวนาซ้ำไปมาถึงผู้ที่ฝากความหวังแก่เขาไว้

ท่านแม่!!!เวลานี้พวกเขากำลังต่อสู้กันเพราะลูกเป็นต้นเหตุ ได้โปรดเถอะ ท่านแม่ขอพลังของท่านปกป้องด้วย รอข้าไปถึงก่อน ไม่ควรมีใครตายเพราะข้าอีก!!! ได้โปรด ขอให้ข้าไปทันเวลา!!!

หากเสียงกู่ก้องในใจนั้นไม่อาจส่งถึง โอนิกซ์กับลาพิส แลสซูรีย์ได้ต่อสู้กันจนถึงขั้นแตกหักแล้ว และบัดนี้ทั้งคู่ก็ต่างเลือดโทรมกายด้วยบาดแผลจากฝีมือของฝ่ายตรงข้าม ที่คล้ายเท่าเทียม แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยประสบการณ์ เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า ทราบดีว่าเขาด้อยกว่า!!!ภาพตรงหน้าที่เป็นทำให้เขาอดคิดถึงความหลังไม่ได้

เป็นอะไรไปล่ะ แลสซูรีย์ ดูท่าเจ้าจะรู้ตัวแล้วสิ ว่าเจ้าน่ะสู้ข้าไม่ได้แน่!!!

ลาพิสแลสซูรีย์แค่นยิ้มออกมาที่มุมปาก มือข้างขวากุมดาบคู่กายไว้แน่น โอนิกซ์นั้นแข็งแกร่งกว่าเขามากนักทำไมเขาจะไม่รู้ แต่ศึกนี้ เขาเองจะแพ้ไม่ได้!!!

คนอย่างเจ้าที่อาศัยพลังของเทกต์ไทต์น่ะ ก็ทำได้แค่เท่านั้นแหละ!!!

หึ งั้นข้าก็จะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่า พลังของข้ามีมากกว่าเจ้าแค่ไหน!!!

ร่างทั้งสองใช้อาวุธเข้าโรมรันกันอีก พลังต่อพลัง ดาบต่อดาบ เสียงก้องกัมปนาทดังไปทั่ว แต่มันคงจะยืดเยื้อกว่านี้ถ้าหากว่าโอนิกซ์ไม่สังเกตเห็นสายตาของแลสซูรีย์ที่ทอดไปทางที่พำนักของเขาชั่วขณะหนึ่ง แล้วอาศัยช่วงจังหวะนั้นเข้าประชิดตัวอัดพลังกระแทกเข้าที่อกของลาพิสแลสซูรีย์เข้าอย่างจัง

อั่ก!!!ร่างสูงโปร่งกระอักโลหิตออกมาเมื่อร่างถูกพลังดีดกระเด็นกระแทกเข้าไปผืนดินแตกกระจาย ความรวดร้าวภายในที่เกิดขึ้นตัวเขาซึ่งเป็นแพทย์หลวงทราบดีว่าอวัยวะภายในบาดเจ็บรุนแรงเพียงใด หากเขาก็ยังฝืนใจลุกขึ้น โลหิตแดงฉานรินไหลออกมาทางมุมปาก

ดูเหมือนเจ้าจะไม่ยอมสำนึกซะทีสินะว่าเจ้าน่ะ ไม่มีทางชนะข้าได้ แต่ไม่เป็นไร วันนี้ข้าจะฝังศพเจ้าไว้ที่นี่ เพื่อสอนให้ทุกคนที่คิดจะมาเอาเอเลซซาร์ไปจากข้าให้รู้ไว้ว่าจะไม่มีใครเอาเอเลซซาร์ไปจากข้าได้!!!

ร่างดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาอีกเพื่อจะซ้ำร่างที่อ่อนแรงให้ล้มลงไป ทว่าแลสซูรีย์ก็ใช้ดาบต้านเอาไว้ได้

เจ้าผิดแล้วล่ะ โอนิกซ์!!!

ผิดอะไร!?

ทั้งเจ้าและข้า เราทั้งคู่ไม่มีทางที่จะรั้งหัวใจเด็กคนนั้นไว้ได้หรอก!!

ดาบที่ฟาดฟันถูกปัดออกจากกัน เนตรสีนิลฉายแววสับสนภายใต้คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นมองมายังคู่ต่อสู้ที่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดทว่าใบหน้านั้นกลับยิ้มเหยียดมาทางเขา จนโอนิกซ์พุ่งตัวกระแทกใส่ร่างตรงหน้าอีกหนคราวนี้ได้ผลร่างนั้นกระเด็นไปกระแทกกับพื้นดินจนกระทั่งกระอักเลือดออกมาอีก หากหัวใจบังคับให้ร่างนั้นลุกขึ้นมาอีกครั้ง กุมดาบที่มีเลือดจากตัวเปื้อนจนชุ่มโชกไว้แน่น เพราะรู้ตัวดีว่าอาการบาดเจ็บมีมากพอที่ทำให้สติลางเลือน ลาพิสแลสซูรีย์ย่อมรู้ดีถึงความแตกต่างของความแข็งแกร่ง เลือดที่ไหลออกมาทำให้เขาคะเนได้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มทีสำหรับเขา หากเขาก็ต้องยืนหยัดต่อไปเพื่อให้อย่างน้อยให้เขาแน่ใจก่อนว่าคนสำคัญของเขาปลอดภัยดี

เป็นอะไรไป....หมดแรงที่จะพูดแล้วหรือไง แลสซูรีย์!?

เจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มเหยียดยิ้มที่มุมปาก ร่างตรงหน้าที่เป็นศัตรูยามนี้คือร่างเดียวกันกับเพื่อนรักของเขาที่จนบัดนี้เขาก็ยังนึกถึงวันวานที่เคยใช้ร่วมกัน

10 กว่าปีก่อน....

ยอมรับว่าเหนื่อยหรือยัง แลสซูรีย์ เจ้าควรไปพักผ่อนได้แล้วนะ....

เทกต์ไทต์เก็บดาบเข้าฝักเมื่อเห็นท่าทางของแลสซูรีย์เหนื่อยเกินกว่าจะซ้อมต่อไปได้ หากเจ้าของดวงตาสีฟ้ากลับปาดเหงื่อตัวเองทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ตวัดดาบขึ้นมากุมไว้

แต่ซ้อมดาบแค่นี้ ข้าไม่เหนื่อยง่ายๆหรอกน่า...ซ้อมต่อเถอะ....

ตามเคยเลยนะ นิสัยไม่ยอมแพ้ของเจ้าน่ะ แต่ข้าว่าพอแค่นี้เถอะน่า

ไม่ได้สิ ขืนข้าเอาแต่ปวกเปียกอยู่แบบนี้ เดี๋ยวเอเมอรัลด์ก็ได้ค่อนแคะข้าเข้าอีกหรอก...อะ!!!ลาพิสแลสซูรีย์เงียบลงเมื่อเห็นดวงตาสีดำสนิทวูบไหวก่อนหลบสายตาเขา

ข้าขอโทษที่พูด....

ไม่เป็นไรหรอกแลสซูรีย์....ข้าก็คิดว่านางเหมาะกับเจ้ามากกว่าข้า....รอยยิ้มบางๆที่มุมปากของเทกต์ไทต์ปรากฏขึ้นช้าๆเจ้าเป็นหมอและก็เป็นผู้ปกครองที่ดีได้...แลสซูรีย์แต่ข้าเป็นไม่ได้ ข้าเป็นชาตินักรบ เป็นแต่จับดาบต่อสู้ แม้จะพอรู้หนังสือบ้างก็ไม่สามารถปกครองใครได้....ทุกๆครั้งที่มีศึกข้าก็ต้องออกไปรบพุ่งกี่เดือนกี่ปีไม่รู้เมื่อใดถึงจะได้กลับ....ข้า...คงไม่อาจทำให้นางมีความสุขได้เท่าเจ้า...เทกต์ไทต์เงียบนิ่งลงไปอีกครั้งคิ้วเข้ามขมวดเข้าหากันพักหนึ่งราวกับจะข่มความเจ็บปวดก่อนจะฝืนยิ้มให้เพื่อนรัก

เพราะงั้น....ข้าขอฝากเอเมอรัลด์ด้วยนะ.....

อืม....ข้าสัญญา

ตอนนั้นลาพิสแลสซูรีย์ยังจำได้ดีว่าเพื่อนรักมีดวงตาเศร้าโศกเพียงใด แต่ตอนนี้ดวงตาเดียวกันหากต่างวิญญาณกลับมองเขาอย่างเคียดแค้น ด้วยเรื่องเดียวกันแต่ต้นเหตุกลับเป็นอีกคนที่สายเลือดเดียวกับคนแรก แต่เขาก็รู้ดีว่าเหตุผลที่เขารักไม่ใช่เพราะทั้งคู่มีสายเลือดเดียวกันแต่เป็นเพราะหัวใจของเขาร่ำร้องเอง

สุดท้ายเราทั้งคู่ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม....

เจ้าบ่นพึมพำอะไร!?

ปล่าว.....แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆรอยยิ้มบางๆผุดขึ้น เลือดที่ออกมามากเริ่มทำให้สายตาพร่าเลือน แต่สติเขายังคงมั่น เขารู้ว่าชะตากรรมของเขาควรจบลงเช่นไร

โอนิกซ์....ไม่ใช่สิ เทกต์ไทต์....ข้ารู้ว่าเจ้ายังอยู่ในนั้นคงรู้สินะว่าข้ากำลังจะพูดอะไร 10 ปีก่อน...เราสองคนรักคนคนเดียวกัน เจ้าเสียสละนางให้ข้าและขอให้ข้าดูแลนาง ทว่าเราทั้งคู่กลับสูญเสียนางไปให้กับชายอื่น พร้อมกับสร้างบาดแผลกรีดลึกลงบนหัวใจเราทั้งคู่จากการเลือกที่จะให้นางเดินสู่ความตาย เราบาดเจ็บ...เศร้า...จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ ข้าเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเกลียดชังชายคนนั้นจนลามไปถึงเด็กคนนั้น แต่เจ้ากลับเลือกที่จะโอบอุ้มทุกสิ่งไว้แม้แต่สายเลือดของนางมาไว้ในวงแขน จนความเอ็นดูเปลี่ยนเป็นความรัก ความสับสนในความรักที่เจ้ามีให้กับแม่ของเด็กและตัวเด็กคนนั้น แบ่งใจเจ้าเป็น 2 ดวงที่ขัดแย้งกันเอง ดวงหนึ่งยังคงเป็นตัวเจ้า ทว่าอีกดวงเป็นโอนิกซ์ที่ทำให้เจ้าทำลายเด็กที่มีค่ายิ่งของเจ้าด้วยมือของเจ้าเอง ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บปวดเพียงใด เทกต์ไทต์ เพราะข้าเองก็รู้ดีถึงความรวดร้าวนั้นเมื่อผลจากความเกลียดชังทำให้ข้าต้องสูญเสียรอยยิ้มของเด็กคนนั้นไปตลอดกาล ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเองก็รักเด็กคนนั้นไม่แพ้เจ้า พวกเราหลงรักคนคนเดียวกันอีกครั้ง....ทว่าครั้งนี้เจ้าไม่เสียสละให้ข้า...

หุบปากแล้วเตรียมตัวตายได้แล้วแลสซูรีย์!!!!

เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าจะทำเพื่อเด็กคนนั้นได้ ก็คือการฆ่าเจ้าซะโอนิกซ์!!!

ดาบสุดท้ายถูกกวัดแกว่งขึ้นมาจากมือของคนทั้งคู่ ชั่วพริบตาที่พลังของทั้งสองปะทะเข้าหากัน แสงสว่างวาบกลบฝังทุกอย่างไปและเมื่อแสงนั้นพร่าเลือนไปทั่วอาณาบริเวณก็สาดไปด้วยโลหิตข้นสีแดงฉาน

ส่วนหนึ่งนั้นมาจากร่างที่ประดับไปด้วยอาภรณ์ดำสนิทไปตลอดทั้งร่าง รอยเลือดไหลอาบพาดจากไหล่ขวาลงไปถึงสันเอวด้านซ้าย ความลึกของแผลมากพอที่ร่างนั้นจะใช้มือกุมกดไว้เพื่อสมานแผลให้แคบลงทว่าเจ้าตัวเองก็รู้ว่าต้องใช้พลังมากพอดูถ้าจะให้มันหายสนิท

ส่วนอีกส่วนมาจากร่างที่คลุมอาภรณ์ขาวเหลือบฟ้า โลหิตข้นไหลทะลักออกมาจากรอยดาบที่แทงทะลุผ่านบริเวณกลางทรวงอกไปถึงหลังทำให้ร่างนั้นถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้นหายใจรวยริน ของเหลวสีแดงยังคงไหลออกมาไม่ยอมหยุดนัยน์ตาสีฟ้าพร่าเลือนลงทุกที เขารู้อีกไม่นานแล้ว ชั่วขณะนั้นเองที่ร่างดำทะมึนถือดาบเดินมาทางเขา ประกายดาบวาววับถูกเงื้อขึ้นสูง แลสซูรีย์หลับตาลงอย่างรู้ชะตากรรม

หากชั่วพริบตาที่ดาบถูกฟาดลง กระแสพลังสีเขียวเข้มถูกฟาดมาปัดดาบและผู้ถือมันนั้นให้กระเด็นไปกระแทกกับพื้น พร้อมร่างโปร่งปรากฏกายขึ้นตรงหน้าร่างบาดเจ็บกั้นบังเขาจากผู้ถือคมดาบเข้าหาเขา ไว เบา ราวสายลมด้วยคุณสมบัติที่หาผู้ใดเลียนแบบไม่ได้

เอเลซซาร์.คนบาดเจ็บยิ้มบางซีดเซียวด้วยหัวใจเต็มตื้นเท่านี้เขาก็สมหวังแล้ว

เอเลซซาร์เจ้าออกมาได้ยังไง!?ข้ากางเขตอาคมไว้แล้วนี่!!!

ลืมแล้วเหรอเทกต์ไทต์ว่าเวทของท่านถูกข้าเรียนรู้จนหมดแล้วน่ะ!!!ร่างเล็กกว่าเจ้าของเส้นผมประกายสีเงินก้าวออกมาอีกคน ดวงตาสีม่วงแม้จะแสดงความเข้มแข็งออกมาแต่จนบัดนี้เขาก็ยังไม่อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งของคนที่เขาเคยรักได้ แม้จะรู้ดีเพียงใดก็ลืมไม่ได้.

อเมทิสต์!!!?เจ้ามาอ้อ!!!แผนล่อเสือออกจากถ้ำ เจ้ายังฉลาดแกมโกงไม่เปลี่ยนเลยนะแลสซูรีย์!!!ร่างคลุมอาภรณ์ดำสนิทเหยียดยิ้มเมื่อพยายามหยัดกายให้ลุกขึ้น เนตรดำวาวโรจน์จ้องมองมายังทั้งสามราวกับมีไฟมอดไหม้อยู่ภายในนั้น

คนเจ็บเหยียดยิ้มเล็กๆออกมาที่มุมปากซึ่งบัดนี้มีเลือดไหลรินลงมาไม่ขาดสายขณะที่ร่างอันอ่อนระโหยของตนถูกพยุงให้มาอยู่ในท่านั่งโดยมือของเอเลซซาร์ ที่กำลังมองมายังเขาด้วยแววตาที่ห่วงใย ไม่แพ้อเมทิสต์ที่ส่งสายตาแสดงถึงความกังวลยิ่งยวด เมื่อเขาเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าของร่างที่ประคองเขาอยู่หยาดน้ำอุ่นๆก็ตกลงมาสัมผัสใบหน้าของเขา...

อย่าร้องไห้...เอเลซซาร์ เจ้าศิลาพรายตัวน้อยของข้า...

ท่านอา...ถ้าข้ามาเร็วกว่านี้สักนิด...

ไม่เป็นไรหรอกอเมทิสต์แค่เจ้าช่วยเอเลซซาร์ออกมาได้...แค่นั้นก็...ดีพอแล้ว...แค่ก!!!ของเหลวสีแดงฉานพุ่งกระฉุดจากริมฝีปากนั้นรุนแรงจนผู้จ้องมองใจเสียลงไปอีก

ท่านอา!!!!

ดูเหมือนว่า....ใกล้จะถึงเวลาของข้าแล้วสินะ...เอเลซซาร์....เสียงนั้นเริ่มแหบพร่า เบาลงเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความจริงในคำพูดนั้น มือที่สัมผัสบนใบหน้าเปื้อนน้ำตาเย็นเยียบลงจนเอเลซซาร์เจ็บแปลบ เขารู้ดีว่า เขากำลังจะสูญเสียคนตรงหน้าในอีกไม่ช้า....

เอเลซซาร์....ข้าขอโทษนะ ที่ตอนนั้นข้าปกป้องเจ้าไม่ได้ จนทำให้เจ้าต้องสูญเสียเสียงไปข้าขอโทษ...

ใบหน้าอ่อนวัยกว่าสะบัดเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ดวงตาสีฟ้าก็ยังฉายแววเศร้าตอบกลับมา

ตั้งแต่ตอนนั้น ข้าก็สัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องตัวเจ้าให้ได้ ตอนแรกข้าคิดว่าจะทำเพื่อแม่เจ้า ทว่า...กว่าข้าจะรู้ตัว...เจ้าก็สำคัญต่อข้ายิ่งกว่าใคร รอยยิ้มของเจ้า...เป็นสิ่งเดียวที่ข้าอยากจะเห็นเสมอมา...เอเลซซาร์...ข้า..!!!!

เลือดอีกอึกใหญ่ไหลทะลักออกมาอีก วงแขนบางๆกอดรัดร่างอ่อนระทวยนั้นเข้าไว้แน่นอย่างเสียขวัญ หยาดน้ำตารินไหลไม่ขาดสาย มือเย็นเฉียบค่อยๆเลื่อนไปปาดน้ำตานั้นเท่าที่แรงที่เหลือจะมีมันบางเบาจนบ่งบอกได้ว่าร่างนั้นกำลังจะสูญสลาย...

อย่าร้องไห้เลย...เอเลซซาร์ ยิ้มเถอะนะ...ให้ดวงตาสีฟ้าของข้าได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าอีกครั้ง...ก่อน..ที่มันจะดับแสงไป ข้าอยากเห็นเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ร่างนี้จะแตกดับไป ยิ้มสิเอเลซซาร์....

ร่างบางส่งแววตาเจ็บปวดสุดแสนกับคำพูดนั้นก่อนจะฝืนยิ้มทั้งน้ำตาให้เขา

สวยมาก...นี่แหละยิ้มที่ข้าอยากเห็น...มาตลอด เอเลซซาร์...ข้ารักเจ้านะ...รักเจ้า...มือเย็นที่สัมผัสใบหน้าผู้เป็นที่รักที่สุดเลื่อนตกลงข้างตัวเจ้าของร่าง พร้อมรอยยิ้มสุดท้ายที่ระบายอยู่บนใบหน้าของผู้ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ แลสซูรีย์มักจะยิ้มเสมอไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร เข้ากับดวงตาสีฟ้าของเขาที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสดใสยามอยู่เคียงใกล้ และบัดนี้เขาก็จากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เขามี....จากไปตลอดกาล

อ๊า.......!!!!!เสียงตะโกนก้องของเอเลซซาร์สดับไปทั่วทั้งบริเวณเมื่อร่างที่เขากอดรัดอยู่แน่นิ่งไปต่อหน้า และราวกับทั่วทั้งฟ้าตอบรับเสียงร้องอันเจ็บปวดนั้นบันดาลให้สายฝนเทลงมาไม่ขาดสาย ร่างบางกอดรัดร่างเย็นเยียบไว้แน่นปกป้องราวกับจะไม่ให้ร่างนั้นต้องน้ำฝน อเมทิสต์มองการกระทำนั้นนิ่งด้วยน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่ยอมหยุดไม่แพ้กันก่อนที่เขาจะได้สติแล้วปาดน้ำตานั้นทิ้งไป...ใช่...เวลานี้เขาจะอ่อนแอไม่ได้อีกแล้ว...

เอเลซซาร์....เราต้องพาท่านอากลับนะ...ไปกันเถอะ พาท่านกลับสู่มาตุภูมิเสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาหากส่งผลดีเยี่ยมกับผู้ที่ถูกบอกกล่าว ร่างบางช้อนร่างไร้วิญญาณนั้นไว้ก่อนจะลุกขึ้น ดวงตาสีเขียวเข้มวาวโรจน์มองไปยังร่างดำสนิท บ่งบอกถึงความแค้นที่ไม่อาจบรรยายได้ แล้วหันหลังกลับเดินเข้าไปในวงแหวนที่อเมทิสต์เป็นคนสร้าง...ซึ่งเจ้าของดวงตาสีม่วงเองก็กำลังจ้องมองไปที่ร่างเดียวกัน...ริมฝีปากบางเม้มสนิท ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำพูดที่ตัวเองไม่กล้าพูดมาเป็นเวลานาน

เจ้าไม่ใช่เทกต์ไทต์ของข้า...อีกต่อไปแล้ว ถ้าพบกันอีกครั้ง ข้าจะฆ่าเจ้าแก้แค้นให้กับท่านอา ข้าจะฆ่าเจ้า!!!

ชั่วพริบตาร่างของทั้งสามก็ถูกแสงสีม่วงกลืนหายไปด้วยมนตราเคลื่อนย้ายของอเมทิสต์ ทิ้งให้ร่างของโอนิกซ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น นิ่งนาน นานจนหยาดฝนจางหายไปแล้ว...ทว่าจากดวงตาดำสนิทคู่นั้นกลับมีหยาดน้ำใสๆไหลรินออกมาไม่ขาดสาย โอนิกซ์มองลงไปตรงแอ่งน้ำที่มองเห็นใบหน้าของตัวเองได้ชัดที่สุดพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก

เป็นอะไรไป...เทกต์ไทต์ เจ็บปวดมากเลยสินะ ที่เจ้าเป็นคนลงมือฆ่าเพื่อนรักของเจ้าด้วยมือตัวเอง อีกทั้งคนที่เจ้ารักที่สุดบอกว่าจะฆ่าร่างนี้ด้วยมือเขาเองน่ะ....หึหึหึ เอาเลยเจ็บปวดเข้าไป ข้าทำลายสิ่งที่เจ้ามีไปหมดแล้วไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ.... แต่ทำไม!!? ทั้งๆที่ข้าควรจะสบายใจที่มันเป็นแบบนี้แล้วทำไมใจข้าถึงเจ็บปวดไปกับเจ้าด้วยล่ะ ทำไม!? แค่เด็กคนนั้นทำหน้าโกรธแค้นข้าเท่านั้น ทำไม ข้าถึงเจ็บปวดขนาดนี้ เพราะอะไร!?เสียงน้ำแตกกระจายเมื่อร่างนั้นกระแทกเท้าลงไปเต็มแรงเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากอีกร่าง เขาไม่รู้หรอกว่าคำตอบทั้งหมดมีอยู่ในตัวเขาเอง ทว่าความมืดดำในใจเขาบดบังมันหมดสิ้น...บดบังจนกว่าเขาจะรู้ตัว ทุกอย่างมันก็สายจนไม่อาจแก้ไขอะไร เขาทำลายมันลงแล้ว แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของเขา วงแขนเล็กๆที่เคยช่วยดึงเขาออกมาจากความเจ็บปวด สลายไปแล้วด้วยความแค้นที่มีต่อเขา ความแค้นที่ไม่มีวันถูกทำลายจนกว่าการประหัตประหารกันต่อจากนี้จะสิ้นสุด!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีจ๊ะเจ๊!
สบายดีมั๊ย งานหนักรึเปล่า
เจ๊ขยันแต่งficมากๆเลย เดี๋ยวว่างๆจะอ่านให้หมดเลย
แล้วเจอกันเด้อ

#1 By -+-~ Daris.the.soulhunter ~-+- on 2006-05-07 09:12

Benz แกเป็นไงบ้าง...ชั้นจะบอกว่าที่นี่เยินมาก เยินจริงๆแก
ทั้งหมอทั้งคนไข้ ชั้นจะบ้าตายอยู่แล้วแก๊!!!!! ช่วยด้วย! เอาชั้นออกไปจากที่นี่ที!!!! โว็ยยยยยย!!!

#2 By -+-~ Daris.the.soulhunter ~-+- on 2006-05-11 20:14