silence love II ตอน 11

posted on 06 May 2006 14:52 by arshura09  in silence-II

เอเลซซาร์..เอเลซซาร์.เสียงทุ้มเรียกชื่อผู้ที่อยู่ใต้ร่างเขามาตลอดหลายวันหลายคืนอย่างแผ่วเบาราวกับจะทะนุถนอมร่างที่กำลังบอบช้ำจากรสสัมผัสจากเขา ทว่าร่างนั้นกลับไร้การตอบสนอง ดวงตาทั้งคู่เหม่อลอยอยู่กับเพดานราวกับไม่ได้สดับสำเนียงใดๆผ่านหู เมื่อมือเย็นๆของโอนิกซ์เอื้อมไปสัมผัสไปหน้านั้น หยาดน้ำใสๆก็ไหลรินลงมาอย่างช้าๆแสดงให้เห็นถึงความปวดร้าวในใจที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

รังเกียจข้าขนาดนั้นเลยหรือเอเลซซาร์.รังเกียจขนาดที่ไม่มีวันยอมรับข้าเลยหรือ.

ร่างเล็กกว่าถูกเขย่าจากแรงของผู้เหนือกว่าเพื่อคาดคั้นหากเช่นเดิม ไม่มีการตอบสนองใดๆจากเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวเข้มที่อ่อนระทวยราวกับศพมีชีวิต มือกร้านกว่าจึงคลายมือที่เกาะกุมต้นแขนนั้นมาเป็นกอดร่างนั้นไว้ในวงแขนไว้แน่น

ถึงเจ้าจะเกลียดข้าขนาดไหน.ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าหรอก เอเลซซาร์.ข้าได้เจ้าคืนมาแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครเอาเจ้าไปอีก.ไม่ให้ใคร เจ้าเป็นของข้า เอเลซซาร์ของข้า เพียงผู้เดียว!!!!ดวงตาสีนิลฉายวงสีทองออกมาวาววับ บ่งบอกได้อย่างดีว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงเพียงใดเขาปล่อยร่างบางลงบนเตียงนุ่มอีกครั้งก่อนจะจุมพิตที่ริมฝีปากบางเรียบเฉยแทรกเรียวลิ้นผ่านเข้าไปแต่แล้วเขาก็ชะงักเมื่อได้ลิ้มรสของเลือดภายในนั้นจนต้องถอนริมฝีปากออก จนได้เห็นหยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาสีเขียวเข้มนั้นอีกพร้อมกับหยาดเลือดที่รินไหลออกมาจากริมฝีปากทำให้โอนิกซ์ต้องหยุดความตั้งใจเดิมไว้แล้วใช้พลังสะกดให้ร่างนั้นหลับแล้วใช้พลังรักษาจนหาย คิ้วเข้มได้รูปถูกขมวดเข้าหากัน ดวงตาสีนิลฉายแววเจ็บปวดอย่างไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าหลับไหลนั้นมีหยาดน้ำตารินไหลออกมาอีก เขาก็ยิ่งปวดแปลบในใจ หากไม่อาจตัดใจจากการสูญเสียร่างตรงหน้าไป เขาจึงทำได้เพียงปาดน้ำตาจากร่างนั้นแล้วผละออกมาทั้งที่ใจยังรุ่มร้อนหากเจ็บร้าวไปพร้อมกัน

ความรักมักเป็นดั่งนี้เอง เหมือนไฟที่เผาผลาญไปพร้อมกับเหน็บหนาวจนบาดใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดถอนหัวใจตนเองออกมาได้โดยง่าย โอนิกซ์ก็เช่นกัน เขายินดีที่จะยึดติด แม้ว่าหัวใจของคนที่เขารักจะไม่มีวันเป็นของเขาก็ตาม!!!

**********************************************************************************************************

ชั่วครู่ใหญ่ ที่ร่างบางซีดเซียวจากความเจ็บปวดทั้งกายและใจถูกทำให้หลับ ก่อนที่ดวงตาสีเขียวจะกะพริบขึ้นมาด้วยความอ่อนระโหย เขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้ที่ย่ำยีเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้หายไปจากที่นั่นแล้ว แต่นั่นก็ทำให้ร่างกายของเขาปวดแปลบไปทั่วสรรพางศ์กาย โลหิตไหลหลั่งออกมาจากบริเวณที่ถูกล่วงล้ำยิ่งทำให้เขาสะท้อนใจนึกถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมามากยิ่งขึ้น หัวใจหนาววูบไหวร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจากความคับแค้นใจที่ไม่อาจต่อต้านต่ออำนาจที่เหนือกว่าได้ จากความเจ็บช้ำใจที่ตนไม่สามารถปกป้องตัวเองดังที่เคยได้รับมา และจากหัวใจที่ร้าวรานจนอยากจะหายไปจากโลกใบนี้ที่ตนไม่สมควรจะเกิดมา

ใช่!!!หากเขาไม่เกิดมา ท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่ต้องตาย อาจารย์ก็ไม่ต้องเปลี่ยนไป และอเมทิสต์ก็ไม่ต้องเจ็บปวด

หากเพียงแต่เขาไม่อยู่เสีย เรื่องทุกอย่างคงจะจบลงได้อย่างมีความสุข

ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรที่จะ..

ดวงตาสีเขียวเหลือบไปเห็นมีดเล็กๆที่วางไว้ที่หัวเตียง เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ประกายวาววับสะท้อนให้เห็นดวงหน้าเศร้าสร้อยของเขาให้เห็นอย่างเด่นชัด มุมปากสวยยิ้มเหยียดเยือกเย็นก่อนหันปลายมีดเข้าหาตัวแล้วพุ่งคมมีดเข้าไปที่หัวใจตนเต็มแรง

ฉัวะ!!!!

โอนิกซ์สะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ณ ที่ที่เขาเดินเลี่ยงออกมา สัมผัสประหลาดบอกเขาว่าเหตุการณ์ที่ว่าร้ายแรงเกินกว่าที่เขาจะนิ่งเฉยได้ ทว่าเมื่อเขาจะย้อนกลับไปกลับมีผู้สร้างปราการมากั้นเขาไว้ ความแข็งแกร่งของปราการดังกล่าวบอกเขาได้เป็นอย่างดีว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาไม่ได้มีพลังอ่อนด้อยไปกว่าเขาเลย ชั่วขณะที่เขาหยัดกายขึ้นจากการถูกดีดกระเด็น เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านบนที่ยอดของปราสาท

ว่าไง โอนิกซ์ ข้ามาขอรับคนสำคัญของข้าคืน!!!

เจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มประกาศก้องราวกับจะท้าทายผู้ที่อยู่เบื้องล่าง แต่โอนิกซ์กลับมองขึ้นไปหาเจ้าของเสียงแล้วแค่นหัวเราะอย่างดูถูกเป็นการตอบแทน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเหยียดหยาม

อย่างเจ้าน่ะเหรอ ลาพิสแลสซูรีย์ เจ้าไม่มีทางทำได้หรอก!?

ยังไม่ได้พิสูจน์ เจ้าจะรู้ได้ยังไงกันล่ะ โอนิกซ์!!!อย่างน้อยเจ้าก็ไม่น่าจะลืมนะ ว่าคนที่ผนึกเจ้าเอาไว้น่ะก็ข้าคนนี้นี่แหละ!!!ร่างสูงกระโดดลงมาสู่พื้นลงมาประจันหน้ากับอดีตเพื่อนรักที่บัดนี้กลับกลายเป็นศัตรูอย่างไม่หวาดเกรงและตอนนี้ข้าก็ได้ส่งเจ้านายของเจ้ากลับไปสำเร็จโทษที่เมืองผลึกแล้วด้วย!!!

หึ!!!เจ้าคิดหรือว่าข้าจำเป็นจะต้องพึ่งอำนาจของเจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นน่ะ!?

งั้นกองทหารของเมืองนี้ก็.

อยู่ในบัญชาการข้าทั้งหมดมาตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าคิดหรือว่าคนอย่างข้าจะไม่จัดการทุกอย่างให้อยู่ในกำมือข้า ในเมื่อข้าจำเป็นจะต้องใช้น่ะ!!!

ร้ายกาจสมเป็นอสรพิษซะจริงนะ โอนิกซ์ อย่างเจ้าน่ะคงจะแยกไม่ออกเสียแล้วกระมัง ว่าอะไรดี อะไรชั่วน่ะ!!!?

ข้าไม่สนใจหรอก ไม่ว่าความดีความชั่วอะไรนั่นน่ะ สิ่งที่ข้าสนใจน่ะมีเพียงแค่สิ่งสิ่งเดียวก็พอ.และข้าจะสอนให้เจ้ารู้ว่า กับคนที่คิดจะแย่งเอาสิ่งๆเดียวจากข้าไปผลมันจะเป็นยังไง!!!?

ร่างดำทมิฬชักดาบออกจากฝักพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามแทบจะในทันที ดีว่าลาพิสแลสซูรีย์เองก็ไวพอตัวชักดาบของตนเข้ามากันไว้ได้ การต่อสู้โรมรันเริ่มขึ้นทันทีโดยทั้งสองฝ่ายต่างเก่งกาจแบบไม่มีใครยอมใครง่ายๆ ทว่าดวงตาสีดำสนิทไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าสายตาของเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าแอบชำเลืองไปทางที่พักของตนอยู่เรื่อยๆราวกับห่วงใยคนอีกคนซึ่งแยกไปช่วยเหลือสิ่งสำคัญนั้นเพียงลำพัง

อเมทิสต์!!!อาฝากความหวังไว้ที่เจ้าแล้ว!!!

โลหิตแตกกระเซ็นทันทีที่ผิวเนื้อต้องเข้ากับคมมีดที่คมปลาบ หากร่างที่บาดเจ็บกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้คมนั้นหลุดออกไปจากมือของตน เพราะเขารู้ดีว่าหากปล่อยไป คมมีดนั้นจะวิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจของผู้ที่กุมด้ามของมันไว้อย่างแน่นอน!!!! แม้กระทั่งตอนนี้มือนั้นก็ยังพยายามจะยื้อยุดเอามีดออกไปจากมือเขาอย่างสุดกำลัง จนเขาต้องเรียกชื่อของฝ่ายนั้นออกมา

พอเถอะ เอเลซซาร์ เจ้าจะคิดสั้นไม่ได้นะ!!!!

คิ้วเข้มกว่าขมวดมุ่นเมื่อดวงตาสีเขียวมองมายังผู้เป็นที่รักที่พุ่งตัวเข้ามาคว้ามีดกับเขาเมื่อครู่อย่างเจ็บปวด มือทั้งสองนั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยมีดนั้นลงตามที่อเมทิสต์ร้องขอแม้น้อยนิด ซ้ำยังพยายามจะแกะมือของผู้ที่ยึดคมมีดไว้ออกเสียอีกด้วย

อย่าพยายามเลย!!! เอเลซซาร์ ถ้าเจ้ายังคิดที่จะตาย ข้าก็ไม่มีวันปล่อยมือเช่นกัน!!!

เนตรเขียวเข้มส่องประกายเจ็บปวดในคำพูดนั้น แม้จะผ่อนแรงลงบ้างเพื่อไม่ให้คมบาดลึกลงกับมือเขามากขึ้นแต่เขารู้ดีมือที่กุมมีดไว้จะไม่ยอมปล่อย เพราะเอเลซซาร์กำลังโทษตัวเองอยู่ตลอด โทษตัวเองเสมอในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยที่เขาไม่ได้พยายามสังเกตให้เห็นปล่อยให้เรื่องมันบานปลายมาถึงเดี๋ยวนี้ ด้วยการทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าตลอดมาไปพร้อมๆกับการยึดเหนี่ยวเอาความอ่อนโยนของคนคนนี้เอาไว้อย่างเห็นแก่ตัว แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นต่อไปอีก เขาจะช่วยคนคนนี้ให้ได้!!!

ข้ารู้นะเอเลซซาร์....ว่าตอนนี้เจ้ารู้สึกยังไง....ข้ารู้...เจ้าไม่อาจให้อภัยตัวเองได้มาตลอด เจ้าโทษตัวเองก่อนจะโทษคนรอบข้างเสมอ เพราะเจ้าเป็นคนใจดีมากกว่าใคร ใจดีจนไม่ยอมโทษใคร คิดแต่เพียงว่าตัวเองผิดมาตลอด...คิดแต่ให้คนอื่นมีความสุขจนลืมความสุขของเจ้าเองมาเสมอ....ข้อนั้นข้ารู้ดี...รู้...!!!!

หยาดน้ำใสๆรื้นขึ้นมาที่ขอบตาสีม่วงใสเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา คิดถึงอ้อมแขนอบอุ่นที่ยื่นมาโอบรอบเขาที่เจ็บปวดเสมอทั้งๆที่คนที่โอบไว้มีหัวใจที่เหน็บหนาวยิ่งกว่าใคร คนคนนี้อยู่เพื่อเขา...อยู่พร้อมหัวใจที่ตายลงไปทุกวันๆด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวเขาเอง

แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเจ้านะ เอเลซซาร์....ไม่ใช่ความผิดของเจ้า...ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น....!!!! เพราะอย่างนั้น ได้โปรดอย่าโทษตัวเองอีกเลย!!! ข้าขอร้อง....ขอร้องเจ้า...ได้โปรดดวงตาสีม่วงปล่อยให้หยาดน้ำใสๆไหลร้นออกมาอาบแก้มพร้อมกับกอดรัดร่างตรงหน้าไว้แน่น

อย่าตาย!!! อย่าหายไปจากข้า...โลกที่ไม่มีเจ้าน่ะข้าไม่เอา ไม่เอา!!!

เจ้าของดวงตาสีเขียวฉายแววงงงัน มือทั้งคู่ยังกุมด้ามมีดไว้แน่น หากหัวใจหยุดนิ่งงันอยู่กับที่ นานแล้วที่เขาเคยคิดว่าตัวเองจะอยู่หรือตายก็ได้....เพราะยังไงก็คงไม่มีใครมาเศร้าเสียใจ ชีวิต....ร่างกายที่แปดเปื้อนของเขานั้นมันจะเป็นอย่างไร เขาก็ไม่สนใจ เพราะสำหรับเขามันก็เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณอยู่แล้วที่เขายังทนอยู่ได้ก็เพราะเขารู้ดีว่าชีวิตของเขานั้นต้องแลกด้วยชีวิตของมารดาที่มีค่าต่อเขาที่สุด ดังนั้นเขาควรคืนชีวิตนี้ให้กับของผู้คนที่รักในตัวมารดาเขา....เขาอยู่ก็เพื่อการนั้น กระทั่งได้พบกับคนตรงหน้านี้ เด็กตัวน้อยๆ ที่เขาเคยคิดว่าชอบมายุ่มย่ามให้เขารำคาญ แต่ร่างน้อยๆนี้แหละที่เอาชีวิตเป็นประกันเพื่อปกป้องเขาดังนั้นเขาจึงตั้งสัตย์ปฏิญญาไว้ว่าจะปกป้องคนคนนี้....ปกป้องแม้ว่าตัวเองจะต้องทุกข์ทรมานอีกเพียงใดก็ตามก็จะคงอยู่ต่อไป ทว่าเรื่องที่โอนิกซ์ฟื้นขึ้นมาในครั้งนี้ทำให้เขาคิดได้แต่เพียงว่าเพราะตัวเขาจึงทำให้เรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ เขาจึงควรเป็นผู้จบมันด้วยตัวเอง จบ...ก่อนที่หัวใจของคนที่เขารักจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้ จบ...ไปพร้อมกับชีวิตของเขาที่ไม่เคยมีค่าอะไร แต่ความอบอุ่นของวงแขนเล็กๆที่กำลังกอดรัดเขาไว้นี้เล่า เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันอุ่นจนเขาไม่อยากสูญเสียไป ไม่อยาก...

มีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะนะ เอเลซซาร์ อยู่เพื่อข้า...เพื่อท่านอาแลสซูรีย์ เพื่อท่านพี่โทปาซและอีกหลายๆคนที่เขารักเจ้า เราจะอยู่ต่อไปด้วยกันนะ....อยู่ด้วยกัน....

ร่างโปร่งที่ถูกกอดรัดปล่อยให้หยาดน้ำตาใสๆไหลรดกับไหล่ของอเมทิสต์แทนคำตอบรับจากหัวใจ มีดที่คาอยู่ในมือถูกปล่อยลงไว้ข้างตัว พร้อมๆกับคำตอบที่ให้กับใจของตัวของเขาเองจากนี้ว่า

เขาจะอยู่ต่อไป....อยู่...เพื่อเจ้าของวงแขนอบอุ่นนี้ตลอดไป

อเมทิสต์กอดรัดร่างนั้นแน่นเข้า ถึงแม้จะไม่มีคำพูดใดจะหลุดลอดออกมาแต่ซึ่งนั่นก็มากเพียงพอแล้วสำหรับอเมทิสต์ที่จะรับรู้ได้ว่า เขาสามารถช่วยเอเลซซาร์กลับมาได้แล้ว เอเลซซาร์ที่แสนสำคัญสำหรับเขามากมาย ที่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้คนคนนี้เจ็บปวดได้อีกแล้ว หากเพียงชั่วครู่เดียวหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงระเบิดดังกึกก้องภายในอาณาเขตใกล้ๆดังขึ้นพร้อมแรงสั่นสะเทือนที่กระทบมาถึงหัวใจจนสั่นไหวอย่างประหลาด

รึว่า....ท่านอาแลสซูรีย์!!?

ดวงตาสีเขียวเข้มฉายแววตระหนกหันขวับมายังอเมทิสต์ เขาก็นึกอยู่แล้วว่าต้องมีผู้ใดสักคนที่พาตัวอเมทิสต์มาแต่ไม่นึกว่าจะเป็นแลสซูรีย์ และตอนนี้คนคนนั้นก็กำลังสู้กับโอนิกซ์อย่างนั้นหรือ!!!?

ท่านอาบอกว่าจะไปสู้ถ่วงเวลาให้ข้ามาหาเจ้า ตอนนี้การต่อสู้คงเริ่มแล้วรีบไปช่วยท่านอากันเถอะ เอเลซซาร์!!!ร่างเล็กกว่าคว้าดาบประจำตัวกระชับไว้แน่น แต่ความเร็วกลับยังช้ากว่าเอเลซซาร์ที่ชักเอาผ้าปูที่นอนมาฉีกเป็นเสื้อผ้าห่อหุ้มตัวพร้อมคว้าดาบที่อยู่ใกล้ตัวมาเหน็บไว้ที่เอวไม่ได้ ร่างโปร่งกว่าโดดแผล็วด้วยฝีเท้าเบายิ่งเพียงพริบตาก็นำหน้ายุวราชแห่งเมืองผลึกไปกว่าหนึ่งช่วงตัวด้วยดวงใจที่ร้อนรุ่มราวกับไฟสุม เสียงของโอนิกซ์ย้อนกลับมาในโสตประสาทของเขา

ถึงเจ้าจะเกลียดข้าขนาดไหน.ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าหรอก เอเลซซาร์.ข้าได้เจ้าคืนมาแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครเอาเจ้าไปอีก.ไม่ให้ใคร เจ้าเป็นของข้า เอเลซซาร์ของข้า เพียงผู้เดียว!!!!


edit @ 2006/05/06 14:56:05

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet