silence love

posted on 06 May 2006 13:49 by arshura09  in silence-II

เรื่องนี้เป็นตอนต่อของ 3 ตอนแรกค่ะ แต่งานนี้ยาวหน่อยนะหวังว่าคงจะชอบกันค่ะ แต่เตือนไว้สักหน่อยสำหรับคนที่ไม่ชอบแนว boy's love เรื่องนี้เป็นแนวนั้นนะคะ...รับไม่ได้อย่าอ่าน เตือนไว้ก่อน...T_T

Silence love II ตอน 1

เช้าวันใหม่อีกวันได้เริ่มต้นขึ้น แสงตะวันสาดส่องลงมาผ่านขอบหน้าต่าง ปลุกร่างเล็กๆที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้น ดวงตาสีม่วงกะพริบถี่ๆขับไล่ความง่วงงุนให้หลุดไปจากความคิด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรีบร้อนเมื่อแต่งตัวเสร็จ จนกระทั่งไม่ได้ระวังตัวไปชนเข้ากับร่างสูงร่างหนึ่งเมื่อพ้นไปจากประตูห้อง

จะรีบไปไหนแต่เช้ากันน่ะ อเมทิสต์ร่างสูงถามร่างเล็กๆที่ชนเขาเมื่อครู่อย่างอดแปลกใจไม่ได้ คนถูกถามกุมศีรษะที่โนนิดๆจากการกระแทกเมื่อครู่ก่อนตอบคำถาม

ข้านัดกับเทกต์ไทต์เอาไว้ครับ ท่านพี่โทปาซ ก็เลยรีบไปหน่อย

ผู้เป็นพี่ชายยิ้มให้อย่างรู้นิสัย ก่อนจะใช้ฝ่ามือตนขยี้เส้นผมสีเงินนุ่มมือนั้นเล่นอย่างเคยมือ

งั้นก็รีบไปเถอะ

ครับผู้เป็นน้องชายรับคำก่อนจะวิ่งไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะเบาๆอีกครั้งก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสนาบดีของเมือง

องค์ชายโทปาซ กระหม่อมอยากจะขอความเห็นพระองค์เกี่ยวกับพิธีสยุมพรในอีก 3 วันข้างหน้าด้วยพะยะค่ะ

ดวงตาสีทองของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนจากประกายตาเอ็นดูน้องชายกลายเป็นแววตาสุขุมน่าเกรงขามแทบจะทันทีที่หันมาหาเสนาบดีผู้นั้นพร้อมกับผายมือเชิญเสนาบดีด้วยท่าทางงามสง่าสมกับที่ครองตำแหน่งเจ้านครผลึกคนปัจจุบัน

งั้นเชิญท่านไปคุยกับเราที่ห้องหนังสือดีกว่า

ณ ป่าข้างปราสาท

เทกต์ไทต์เสียงเรียกใสๆที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่อ่านช้าๆ นัยน์ตาสีดำมันขลับที่ลอดผ่านแว่นตารูปทรงประหลาดประดับไปด้วยหินสีดำที่แกะสลักเสลาสวยงามบ่งบอกถึงฐานะของผู้ใส่ที่เป็นถึงแม่ทัพที่ครองตำแหน่ง นักปราชญ์ของเมืองด้วยเป็นอย่างดี เขาร้องทักไปยังเจ้าของเสียงเล็กๆนั้นอย่างใจเย็นขณะเก็บแว่นตาที่ใส่เข้ากระเป๋า

มาช้านะ อเมทิสต์

ขอโทษๆ ท่านก็รู้นี่ว่าข้าชอบตื่นสายอเมทิสต์ระล่ำระลักบอกพร้อมกับหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้สูงวัยกว่า และก็อย่างที่คาดเทกต์ไทต์ยิ้มรับเขาอย่างอ่อนโยน

ข้าเข้าใจ.ว่าแต่เจ้านัดข้ามาทำไมรึ

อีก 3 วันจะเป็นวันสยุมพรของท่านพี่แล้ว

อ๋อเจ้าจะให้ข้าทำลายพิธีนั้นใช่มะ

ไม่ใช่!!!จะบ้าเรอะ เทกต์ไทต์ ถ้าท่านพูดล้อเล่นในขณะที่ข้าจริงจังอย่างนี้อีกล่ะก็ข้าจะไม่คุยด้วยอีกแล้วนะ!!!เทกต์ไทต์มองหน้าคนที่กำลังโมโหโทโสอย่างเอ็นดูก่อนจะคว้าร่างเล็กๆนั้นมากอดไว้แล้วจุมพิตเบาๆที่หน้าผากโดยที่อเมทิสต์ก็ไม่ได้ขัดขืน

ข้าล้อเล่นหรอกน่า อเมทิสต์ ว่าแต่เจ้าจะให้ข้าทำอะไรล่ะ

ข้าอยากได้ผลึกสีรุ้งที่อยู่บนภูเขาทางตะวันตกนั่นน่ะมาเป็นของขวัญเจ้าพี่

เทกต์ไทต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องหน้าอเมทิสต์ในเชิงไม่เชื่อหูตัวเอง

อเมทิสต์ เจ้ารู้ตัวไหมว่าว่าพูดอะไรออกมา!?

ข้ารู้สิ รู้ดีด้วยว่าที่นั่นมีด่านที่ต้องฝ่าหลายด่านและด่านสุดท้ายต้องแย่งผลึกนั่นมาจากกลางหน้าผากมังกรอีกด้วย

แล้วเจ้าก็ยังจะไป!?

ก็ถ้าไม่ได้ของมีค่าขนาดนั้นมา มันจะควรคู่เป็นของขวัญรึไงล่ะ ตกลงท่านจะช่วยข้าไหมล่ะ เทกต์ไทต์!?

เทกต์ไทต์มองดวงตาที่จริงจังนั้นชั่วครู่ดูความจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับความใจอ่อนของตัวเองที่ต้องยอมลงให้กับความเอาแต่ใจของเจ้าชายที่เป็นที่รักของเขาองค์นี้อีกจนได้

ก็ได้ ข้าจะพาท่านไปองค์ชายอเมทิสต์

เย้!!!ดีมากเลย ขอบคุณล่วงหน้านะ เทกไทต์ ท่านใจดีที่สุดเลย

ร่างเล็กๆโผเข้ากอดเขาอย่างดีใจในการตัดสินใจนั้นของเขาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเขารวบตัวเข้ามาประชิดร่างเขาจนดิ้นไม่หลุดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ก่อนหน้านั้นข้าขอรางวัลก่อนละกันนะ

เหก่อนที่จะได้พูดอะไรมากกว่านั้น เขาก็อาศัยโอกาสประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากเนียนนุ่มนั้น ชำแหลกลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหอมหวาน ในขณะที่มือของเขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวบางเข้าไปลูบไล้แผ่นเนื้อขาวเนียนภายใน

อย่า เทกไทต์เดี๋ยวมีใครมาเห็นนะ

ช่างปะไรข้าไม่สนหรอก

ทว่า ชั่วขณะนั้นเองใบไม้ก็ไหวติงจากกการขยับตัวของ บางอย่าง อเมทิสต์รีบดันเทกไทต์ออกก่อนจะกระชับเสื้อให้เข้าที่ ร้องตะโกนออกไป

ใครน่ะ!?

ร่างสูงที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ปรากฏขึ้น ผมสีทองราวกับเส้นไหมทองคำยาวประบ่าตัดกับสีตาสีเขียวเข้มสีเดียวกับผ้าคลุมและชุดที่เขาสวมใส่มองจ้องมายังทั้งคู่โดยปราศจากเสียงพูดใดๆลอดออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปรับกับใบหน้านิ่งงันสวยราวรูปปั้นนั้น

เอเลซซาร์เจ้ามีธุระอะไรกับข้ารึปล่าวเทกต์ไทต์รีบตัดบทเมื่อเห็นใบหน้ากังวลของอเมทิสต์ที่แอบหลบไปด้านหลังเขา เอเลซซาร์มองผู้เป็นอาจารย์นิ่ง ก่อนจะยื่นม้วนกระดาษสีทองให้ด้วยท่าทางนอบน้อม เทกต์ไทต์ยื่นมือไปรับแล้วคลี่ออกอ่านอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองอเมทิสต์

พี่ชายท่านเชิญข้าไปพบ ข้าคงต้องขอตัวก่อน ส่วนเรื่องรายละเอียดการเดินทางแล้วเราค่อยคุยกันวันหลังนะอเมทิสต์ เอเลซซาร์ส่วนเจ้าตามข้ามาพูดจบเทกต์ไทต์ก็หมุนตัวเดินจากไป เอเลสซาร์เห็นดังนั้นก็เริ่มขยับตัวทำท่าจะตามอาจารย์ไปแต่ก็ถูกอเมทิสต์ฉุดข้อมือไว้เสียก่อน

เอเลซซาร์เมื่อกี้เจ้าเห็นสินะคนถูกเรียกมองร่างเล็กๆนั้นนิ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างไม่คิดจะปิดบังแต่นั่นก็ทำให้ดวงหน้าสวยที่อยู่ต่อหน้าเขาเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กๆเกาะกุมมือเขาไว้แน่นเย็นเฉียบจนเขาใจหาย จึงใช้มืออีกข้างเกาะกุมมันไว้เป็นเชิงแทนคำสัญญาแก่ผู้หวาดหวั่นว่า ข้าจะไม่บอกใคร ก่อนจะหันหลังก้าวเร็วตามอาจารย์ไป ทิ้งให้อเมทิสต์ยืนนิ่งเงียบรำพึงออกมาเบาๆ

เจ้าใจดีกับข้าเสมอเลยนะเอเลซซาร์

เอเลซซาร์ตามร่างอันสง่างามของอาจารย์ได้ทันเมื่อมาถึงหน้าปราสาท เทกต์ไทต์ยืนรอเขาด้วยกริยาสงบนิ่งดังเช่นเดิมที่เคยปฏิบัติกับเขาเสมอมา เมื่อเขาโค้งคำนับเทกต์ไทต์ก็พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะกล่าวคำถามออกมาคำหนึ่ง

อเมทิสต์เป็นอย่างไรบ้างสบายใจแล้วสินะเขาพยักหน้ารับคำอาจารย์ก่อนจะนิ่งอึ้งกับคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะออกมาจากปากของอาจารย์เขา

เจ้าชอบอเมทิสต์ใช่ไหมเอเลซซาร์

ทั้งศิษย์อาจารย์ต่างนิ่งเงียบ ดวงตาสีเขียวฉายแววตระหนกก่อนจะพยักหน้ารับ เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเขาเจ็บมาแล้ว แต่คำพูดของอาจารย์กลับเสียดแทงใจเขายิ่งกว่า เทกต์ไทต์ยิ้มเศร้าเอื้อมมือไปตบบ่าร่างสูงที่อ่อนวัยกว่าเขานับ 10 ปีอย่างเข้าใจ

อาจารย์ไม่คิดจะว่าเจ้าหรอก อย่าวิตกไปเลยเอเลซซาร์อาจารย์แค่อยากจะบอกกับเจ้าเรื่องหนึ่งผู้พูดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นก่อนจะกล่าวต่อไป ถ้าหากอาจารย์เป็นอะไรไป.อาจารย์ขอฝากเจ้าดูแลอเมทิสต์ด้วย

เอเลซซาร์เงยหน้ามองอาจารย์อย่างงงงัน ดวงตาสีเขียวเข้มกะพริบถี่เป็นเชิงถามร่างสูงวัยที่ดูยังไงก็แค่ตัวเลขนั้นถึงเหตุผล

เจ้านั่นมันกำลังจะตื่นขึ้นมา ข้าไม่รู้ว่าจะต้านมันได้อีกเท่าไหร่ ถ้าหากว่าโชคร้าย.การเดินทางของข้าพรุ่งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายเขายกมือขึ้นห้ามร่างอ่อนเยาว์กว่าที่ทำท่าจะเข้ามาห้ามเขาพูดต่อ

เจ้าสัญญาได้ไหมดวงตาสีนิลนั้นจ้องเขม็งมายังผู้รับฟังอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้ามีแววตาหม่นลงพยักหน้ารับราวกับจะกลั้นน้ำตา จึงหันหลังเดินเข้าปราสาทโดยทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายราวกับรู้ถึงอนาคตเบื้องหน้า

เมื่อถึงเวลานั้น ข้าขอให้เจ้าดูแลเขาด้วย

คิดว่าคนชอบแนวนี้คงจะชอบกันนะ หุหุหุหุ


edit @ 2006/05/06 14:04:45

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่า..นึกว่าจบ..มีต่อซะงั้น
ตกลงเจ้าเอเลซซาร์ ไม่ได้เป็นใบ้นะ เห็นบังไม่ยอมพูดสักที..เหอเหอ

" เอเลซซาร์เงยหน้ามองอาจารย์อย่างงงงัน ดวงตาสีเขียวเข้มกะพริบถี่เป็นเชิงถามร่างสูงวัยที่ดูยังไงก็แค่ตัวเลขนั้นถึงเหตุผล "

ความหมายอันเดียวกันกับ "เอเลซซาร์เงยหน้ามองอาจารย์อย่างงงงัน ดวงตาสีเขียวเข้มกะพริบถี่เป็นเชิงถามถึงเหตุผลกับร่างสูงวัยที่ดูยังไงก็แค่ตัวเลขนั้น" ชั้นยิ่งเถื่อนๆอยู่ พยายามจะเข้าถึงและซึมซับสำนวนวรรณกรรม คึคึ sad smile sad smile

อ่านตอนต่อไปดีก่ากาลังอยากรู้

#1 By mooh_mic (158.108.105.169) on 2008-01-08 15:34